แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ราคาไอโฟน4s แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ราคาไอโฟน4s แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ชมกันชัดๆ Android L vs iOS 8 แบบไหนน่าใช้กว่ากัน

ชมกันชัดๆ  vs iOS 8 แบบไหนน่าใช้กว่ากัน
ในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา ทั้ง กูเกิล และ แอปเปิล ต่างชิงความเป็นที่ 1 ในเรื่องของ ระบบปฏิบัติการมาโดยตลอด และได้พัฒนาให้มีความล้ำหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ โดยเมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา แอปเปิล ได้เปิดตัว iOS 8 ที่สร้างความ Wow หลายๆ อย่าง ให้กับสาวก iOS เป็นอย่างมาก
ส่วนทาง กูเกิล เอง ก็ไม่น้อยหน้า เปิดตัวระบบปฏิบัติการ Android L ที่พัฒนาขึ้นมาจาก KitKat โดยเฉพาะในเรื่องของ แบตเตอรี่ ที่พิสูจน์แล้วว่า อึดกว่า KitKat อย่างแน่นอน มาชมกันครับว่า ถ้าหากเรานำ iOS 8 vs Android L มาเปรียบเทียบกัน จะแตกต่างกันอย่างไร และแบบไหนจะน่าใช้กว่า
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201407/images_14047038181.jpg
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201407/images_14047038252.jpg
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201407/images_14047039373.jpg
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201407/images_14047039454.jpg
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201407/images_14047038505.jpg
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201407/images_14047039596.jpg
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201407/images_14047038647.jpg
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201407/images_14047038738.jpg
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201407/images_14047038829.jpg
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201407/images_140470399310.jpg
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201407/images_140470400011.jpg
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201407/images_140470390812.jpg
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201407/images_140470392113.jpg
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201407/images_140470393014.jpg
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201407/images_140470393915.jpg
 รายละเอียดเพิ่มเติม : phonearena.com
 สนับสนุนเนื้อหา: www.techmoblog.com

ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> hitech.sanook.com

วันอังคารที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2557

เปิดราคา Oppo Find 7 ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ 19,990 บาท เริ่มขายวันนี้

เปิดราคา  ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ 19,990 บาท เริ่มขายวันนี้
ให้หลังจากการเปิดตัวทั่วโลกเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา สมาร์ทโฟนหน้าจอความละเอียดสูงระดับ QHD (2560x1440 พิกเซล หรือ 2K) ตัวแรกของโลกอย่าง Oppo Find 7 ก็เปิดตัวในประเทศไทย พร้อมเปิดราคาทั้งสองรุ่นออกมาอย่างเป็นทางการแล้ว
Find 7 แบ่งเป็นสองโมเดลหลักๆ คือรุ่นหน้าจอ 5.5 QHD ที่มาพร้อมกับสเปคแรงกว่าด้วยซีพียู Snapdragon 801 หน่วยความจำภายใน 32GB แรม 3GB และแบตเตอรี่จุกว่าเล็กน้อยที่ 3000 mAh จะเรียกว่า Find 7 เฉยๆ ส่วนอีกรุ่นที่ใช้หน้าจอความละเอียดลดลงเป็น FullHD ซีพียู Snapdragon 800 หน่วยความจำภายใน 16GB แรม 2GB และแบตเตอรี่ 2800 mAh จะเรียกว่า Find 7a
ส่วนฟีเจอร์ที่สองรุ่นนี้ได้เท่ากัน คือกล้องความละเอียด 13 เมกะพิกเซลที่สามารถถ่ายภาพความละเอียด 50 เมกะพิกเซล ฟีเจอร์ชาร์จความเร็วสูงกว่าปกติสี่เท่า VOOC
Find 7a นั้นวางขายมาตั้งแต่งาน TME แล้วด้วยราคา 15,990 บาท ส่วน Find 7 เริ่มขายแล้ววันนี้ เปิดราคามาที่ 19,990 บาทครับ
ส่วนลองจับกำลังจะตามมาทีหลังครับ
ขอบคุณเนื้อหา และภาพประกอบ
บทความโดย: 

วันอังคารที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2557

กสทช. ออกโรงแจ้งผู้ใช้คลื่น 1800 เร่งโอน 15 ก.ย.นี้ ก่อนซิมดับของจริง !!!

กสทช. ออกโรงแจ้งผู้ใช้คลื่น 1800 เร่งโอน 15 ก.ย.นี้ ก่อนซิมดับของจริง !!!
ในช่วงนี้คณะกรรมการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง แม้การเมืองเปลี่ยนแปลง แต่ไม่ส่งผลกระทบใดๆ กลับยิ่งทำให้มีความชัดเจนมากขึ้น การเตรียมประมูลคลื่นความถี่ 1800 MHz และ900 MHz ที่มีกำหนดจัดขึ้นราวเดือนสิงหาคม 2557 และพฤศจิกายน 2557 ยังคงเดินหน้าต่อ โดยภายหลังการหมดอายุสัมปทาน หลังจากที่กสทช.ได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็น(ประชาพิจารณ์) การประมูลไปเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ขณะเดียวกันในทางปฏิบัติตัวเลขของผู้ที่ยังค้างการโอนย้ายเลขหมายคลื่น 1800 ยังมีสูงอย่างน่ากังวล!
news-it
อย่างที่ทราบกันดีว่า ภายหลังสัญญาสัมปทานการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ระบบเซลลูล่า DIGITAL PCN PERSONAL COMMUNICATION NETWORK 1800 ที่บริษัท กสท. โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ทำไว้กับ บริษัท ไวร์เลส คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (บริษัท ทรู มูฟ จำกัด) และบริษัท ดิจิตอล โฟน จำกัด (GSM1800) สิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2556 จนถึงขณะนี้ผ่านมาเกือบ 9 เดือนหรือนับถอยหลังถัดจากนี้เหลือเวลาเพียง 3 เดือนเท่านั้น แต่พบว่า ตัวเลขผู้ใช้บริการที่มีการใช้งานเป็นประจำที่ยังคงค้างในระบบในส่วนของทรู มูฟ มีอยู่กว่า 3,200,000 เลขหมาย ตัวเลขผู้ใช้งานน้อยมากหรือไม่มีการใช้งาน มีกว่า 2,300,000 เลขหมาย ในขณะที่ผู้ที่ยังคงค้างโอนของบริษัท ดิจิตอลโฟน จำนวน 5,950 เลขหมาย
ที่ผ่านมา กสทช.ได้เร่งประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลและการเสนอแนะให้เจ้าของเลขหมายและ ประชาชนทั่วไป ตรวจสอบดูว่า ตัวเองอยู่ในข่ายหรือไม่ หากใช่ก็ให้รีบดำเนินการโอนย้ายเลขหมายโดยทันที เนื่องจากหากชะล่าใจรอเวลาไปโอนใกล้ๆช่วงเวลาเส้นตายมาตรการเยียวยาผู้ใช้ คลื่นใน 15 กันยายน 2557 ที่จะถึงนั้น ดูจะเป็นการสุ่มเสี่ยงเกินไป เพราะขีดความสามารถในภาคปฏิบัติการโอนย้ายเลขหมายปัจจุบัน มีเพดานอยู่ที่ 60,000 รายต่อวันก็เต็มที่แล้ว ซึ่งถ้าโอนกันเต็มกำลังความสามารถจากวันนี้ไปจนถึงวันสุดท้ายของมาตรการ เยียวยา ก็ยังเรียกว่า ฉิวเฉียดทีเดียว เมื่อเทียบกับจำนวนผู้ค้างโอนที่ยังเหลืออยู่
ตามขั้นตอนปฏิบัตินั้น บริษัทผู้ให้บริการทั้ง 2 ราย ได้ประกาศแจ้งให้ลูกค้าทราบแล้ว ถึงการสิ้นสุดการให้บริการคลื่น 1800 โดยทำในหลายช่องทาง ทั้งเว็ปไซต์ GSM 1800 และ true move, ทั้งโดยจดหมายแนบบิลค่าใช้บริการโทรศัพท์, และรวมทั้งผ่าน SMS ของผู้ใช้บริการ รวมถึงการทำโปรโมชั่นทางการตลาด เพื่อกระตุ้นให้ผู้ใช้บริการโอนย้าย
อย่างไรก็ตาม ปัญหาอาจเกิดจากหลายส่วน บางคนไม่สนใจ ในขณะที่บางส่วนเกิดจากการที่ผู้ใช้ไม่ได้ซื้อ ผู้ซื้อไม่ได้ใช้ก็มี ซึ่งโอเปอร์เรเตอร์ทั้ง 2 ค่าย มีการเสนอให้สิทธิในการอัพเกรดในเครือข่ายเดียวกันโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แถมเสนอโปรโมชั่นต่างๆนานา แต่หากไม่พอใจ ลูกค้าจะต้องการย้ายค่ายเบอร์เดิมก็สามารถทำได้เช่นกัน ด้วยการเสียค่าธรรมเนียมเพียง 29 บาท แต่การตลาดที่แข่งขันกันดุเดือดขณะนี้ บางทีนอกจากไม่เสียค่าโอนแล้ว อาจมีโปรโมชั่นของแถมต่างๆมายั่วใจก็ได้ ขอเพียงดึงดูดลูกค้ามาอยู่ในระบบเป็นพอ
ในเรื่องนี้ พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) กล่าวว่า ผู้ใช้เลขหมายคลื่นความถี่ 1800 ส่วนใหญ่เป็นลักษณะการใช้งานโทรออก-รับสาย และส่ง SMS เป็นหลัก การใช้งานไม่สลับซับซ้อน ไม่ใช่การส่งภาพหรือใช้อินเตอร์เน็ต ปัญหา คือ ผู้ใช้เลขหมายบางคนไม่ได้เป็นคนซื้อโทรศัพท์หรือดำเนินการเอง เช่น ลูกซื้อให้พ่อ-แม่ คนใช้งานอาจไม่ได้ใส่ใจหรือติดตามข่าวสารว่า เลขหมายของตัวเองอยู่ในข่ายที่ต้องโอน
อย่างไรก็ตามด้วยระยะเวลาที่เหลือเวลาอีกประมาณ 3 เดือนเศษ หากทยอยโอนย้ายเลขหมายก็จะสามารถทำได้ทัน แต่หากรอเวลาแล้วไปเร่งทำการในช่วงใกล้ๆเดทไลน์วันที่ 15 กันยายน 2557 สุดท้ายของเวลามาตรการคุ้มครองผู้บริโภค คิดว่าคงไม่สามารถทำการได้ทัน จึงอยากมาเตือนกันในช่วงโค้งสุดท้าย เมื่อมีใช้สิทธิ์โอนย้ายก็ให้ไปดำเนินการ ก่อนที่จะหมดสิทธิ์ เพราะชัดเจนแล้วว่าเมื่อถึงเวลานั้น ย่อมเป็นเวลาซิมดับของจริง !!
ด้านพ.อ.เศรษฐพงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความคืบหน้าในการโอนย้ายลูกค้าของบริษัท ทรูมูฟ จำกัด และบริษัท ดิจิตอลโฟน หรือดีพีซี เพื่อปฏิบัติตามประกาศเยียวยา 1800 MHz นั้น ล่าสุดทั้ง 2 บริษัทได้ทำการแจ้งยอดลูกค้าที่ยังคงค้างการใช้งานอยู่บนคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz ประกอบด้วย ทรูมูฟ มีจำนวนลูกค้าเหลืออยู่ทั้งสิ้นราว 5 ล้านกว่าราย และดีซีพีเหลือประมาณ 6,000 ราย
โดยทั้งสองบริษัทฯ ได้เสนอแผนการโอนย้ายลูกค้าที่ค้างการใช้งานอยู่บนคลื่น 1800 MHz ออกจากระบบให้หมดก่อนสิ้นสุดระยะเวลาการดำเนินงานในเดือนกันยายน 2557 นี้ เพื่อให้ลูกค้าได้ใช้งานอย่างต่อเนื่องโดยไม่เกิดเหตุการณ์ซิมดับ
นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาทรูทำงานอย่างหนักในการประชาสัมพันธ์ให้ลูกค้าบนคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ที่มีจำนวนกว่า 17 ล้านรายให้มาดำเนินการโอนย้าย โดยการส่งเอสเอ็มเอสแจ้งเตือนให้ลูกค้าทยอยดำเนินการ ทั้งนี้ลูกค้าสามารถโอนย้ายสู่ทรูมูฟ เอช ที่มีความจุโครงข่าย (คาปาซิตี้) รองรับเพียงพอ โดยมีการจูงใจลูกค้าด้วยการให้ส่วนลดตัวเครื่อง และโปรโมชั่นแพกเกจ ส่วนลดค่าบริการรายเดือน เป็นต้น
สนับสนุนเนื้อหา: Arip
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> hitech.sanook.com

วันอังคารที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

โปรโมชั่นงาน Thailand Mobile Expo 2014 Hi-End

โปรโมชั่นงาน  Hi-End
          เวียนกลับมาพบกันอีกครั้งกับเทศกาลสมาร์ทโฟน-แท็บเล็ตระดับไฮเอนด์รับกลางปี Thailand Mobile Expo 2014 Hi-End วันที่ 8-11 พฤษภาคม ที่ศูนย์ฯ สิริกิติ์ ยิ่งใหญ่สมชื่อด้วยรุ่นระดับไฮเอนด์ คุณสมบัติระดับท็อป ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน รองรับคอนเทนท์ความละเอียดระดับ 4K เลยทีเดียว พร้อมหน้าจอคมชัด จัดเต็มเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ตามแต่ละแบรนด์จะสรรหามาให้คุณเลือกตามต้องการ
          สำหรับรอบนี้มีสารพัดรุ่น Hi-End พร้อมให้จับจองเป็นเจ้าของครับ ตั้งแต่ระดับราคาหมื่นต้นๆ ยันสองหมื่นกว่าบาท โปรโมชั่นงานนี้จัดเต็มเช่นเคยทั้งผ่อน 0%, Cash Back, ของแถม, ส่วนลด ฯลฯ ที่สำคัญคือ คุณสามารถลองเล่นเครื่องจริงก่อนตัดสินใจซื้อได้เลย !!
สนับสนุนบทความ : thailandmobileexpo
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> thaizones-hitech.blogspot.com

วันอาทิตย์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2557

ลูกค้า ทรูมูฟ-ดีพีซี ไม่ย้ายค่าย ซิมดับแน่

กสทช. ลั่นลูกค้า ทรูมูฟ-ดีพีซี กว่า 7 ล้าน ไม่ย้ายออกภายใน 15 ก.ย.นี้ แน่

          นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ทางบริษัท ทรูมูฟ จำกัด และ บริษัท ดิจิตอลโฟน (ดีพีซี) ได้แจ้งจำนวนลูกค้าคงเหลือในระบบบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 1800 MHz ของทั้ง 2 บริษัทที่ได้สิ้นสุดสัมปทานไปเมื่อ 15 ก.ย.2556 มีรวมทั้งสิ้นราว 7.1 ล้านราย แยกเป็น ลูกค้าทรูมูฟ 7.1 ล้านราย ดีพีซี 1.3 หมื่นราย
          โดยทางดีพีซีได้แจ้งว่าได้เสนอให้เครื่องโทรศัพท์ฟรีกับลูกค้าทุกรายที่ย้ายมาใช้บริการบนคลื่น 2.1 GHz ของบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เนทเวอร์ค จำกัด (AWN) ในเครือเอไอเอส ซึ่งคาดว่าจะสามารถย้ายลูกค้าออกจากระบบได้ทั้งหมดภายในสิ้นเดือนนี้ ส่วนทางทรูมูฟได้ยื่นขอให้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) อนุมัติการโอนย้ายลูกค้าทั้งหมดเข้ามาใช้บริการ ทรูมูฟ เอช แต่ กทค.ยืนยันว่าการโอนย้ายต้องได้รับความยินยอมจากลูกค้าก่อนเท่านั้น
          กสทช.จะไม่ขยายเวลามาตรการเยียวยาลูกค้าหลังหมดสัมปทานดังนั้นถ้าลูกค้าของทรูมูฟและดีพีซี ไม่โอนย้ายออกจากระบบเดิมก่อนวันที่ 15 ก.ย.นี้ ซิมจะดับไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป จะไม่มีการย้ายลูกค้าไปยังระบบใหม่ของผู้ที่ชนะประมูลคลื่น 1800MHz ที่ กสทช.จะจัดขึ้นในเดือน ส.ค. จึงกำชับให้ทั้ง 2 ค่ายเร่งส่ง SMS แจ้งให้ลูกค้าในระบบทราบ
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> hitech.sanook.com

วันอังคารที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2557

ปัจจัยสำคัญของการซื้อสมาร์ทโฟน ไม่ได้อยู่ที่ซีพียู แต่อยู่ที่ราคา

ปัจจัยสำคัญของการ ไม่ได้อยู่ที่ซีพียู แต่อยู่ที่ราคา

          สำหรับท่านที่คิดว่า เรื่องขนาดหน้าจอ และซีพียู ถือปัจจัยสำคัญในการซื้อสมาร์ทโฟนมาใช้งานซักเครื่อง คงจะคิดพลาดไปเล็กน้อยครับ เมื่อผลการสำรวจจาก Qualcomm ได้เผยว่า จริงๆ แล้ว ปัจจัยในการเลือกซื้อสมาร์ทโฟนนั้น ไม่ได้อยู่ที่ซีพียู แต่อยู่ที่ราคา ครับ
          ซึ่งตัวเลขจากการสำรวจ เผยว่า กว่า 71% ของการเลือกซื้อสมาร์ทโฟนนั้น อยู่ที่ราคาเป็นหลัก ถ้าหากแบ่งในเรื่องของเพศแล้ว พบว่า ผู้หญิง ดูเน้นที่เรื่องราคามากกว่าผู้ชายถึง 76% ครับ แต่ถ้าหากแบ่งตามช่วงอายุ พบว่า อายุ 18-35 ปี เน้นที่สมาร์ทโฟนราคาถูก มากกว่าราคาแพง ในขณะที่ขนาดหน้าจอ มีผลเพียงแค่ 50% เท่านั้น
สำหรับปัจจัยการเลือกซื้อสมาร์ทโฟนจากผลการสำรวจ เป็นดังนี้ครับ
- ปัจจัยการเลือกซื้อสมาร์ทโฟน 3 อันดับแรก คือ ราคา/โปรโมชั่น, อายุการใช้งานของแบตเตอรี่ และความเร็วของอินเทอร์เน็ต
- ปัจจัยที่มีผลน้อยที่สุดคือ พนักงานขาย และบทความจากเหล่าบล็อกเกอร์
- ผู้ชาย เลือกดูที่ซีพียู มากกว่าผู้หญิง
- ผู้หญิง เลือกยี่ห้อ มากกว่าผู้ชาย
- ผู้หญิง ตัดสินใจเลือกซื้อสมาร์ทโฟนจาก social media มากกว่าผู้ชาย
- 94% ของผู้ที่ทำแบบสอบถาม นิยมใช้ถ่ายรูป
- 70% ของผู้ที่ทำแบบสอบถาม เผยว่า สถานที่ที่ใช้สมาร์ทโฟนมากที่สุด คือที่บ้าน
- 56% ของผู้ใช้แท็บเล็ต ชอบอ่าน Digital Magazine
- 74% นิยมดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นที่เหมาะสำหรับเด็ก
- 25% ของพ่อแม่ นิยมซื้อสมาร์ทโฟนให้กับลูกที่มีอายุต่ำกว่า 13 ปี
แล้วเพื่อนๆ ตัดสินใจซื้อสมาร์ทโฟนจากอะไร เข้ามาแชร์ความคิดเห็นกันได้ครับ
---------------------------------------
รายละเอียดเพิ่มเติม : mashable.com
ขอบคุณเนื้อหา และภาพประกอบ: techmoblog

เรียนรู้เกี่ยวกับ…แฟลช

เรียนรู้เกี่ยวกับ…แฟลช

แฟลชเป็นหนึ่งรูปแบบการถ่ายภาพที่มีความซับซ้อน Marcus Hawkins จะแสดงวิธีการทำให้ทุกๆ สิ่งง่ายยิ่งขึ้น…
- กล้องของผมมีแฟลชในตัวที่จะยิงออกมาเวลาที่แสงน้อย มีอย่างอื่นที่ผมต้องทราบอีกไหม?
          แฟลชในกล้องของคุณสามารถเพิ่มความสวยงามให้กับภาพผลลัพธ์ได้ อย่างเช่นช่วยปรับเงาภาพให้สว่างขึ้นในการถ่ายภาพบุคคลในร่ม การเพิ่มประกายตา หรือการถ่ายภาพในความมืด อย่างไรก็ตาม ด้วยขนาดของแฟลชที่เล็ก มีกำลังต่ำ และตำแหน่งที่ตายตัวบนกะโหลกกล้อง ผลลัพธ์ที่ได้จึงค่อนข้างจำกัด และภาพที่ถ่ายจากแฟลชติดตัวกล้องนั้นก็มักจะกระด้างไร้ชีวิตชีวา
 - ทำไมถึงแย่อย่างนั้นล่ะ?
          โดยตัวของมันเองก็ไม่ได้แย่หรอก แต่เนื่องจากแฟลชมักจะอยู่ในตำแหน่งเดิม แสงจึงพุ่งออกมาจากทิศทางเดียว และนี่ก็ทำให้ทางเลือกของคุณถูกจำกัด อย่างเช่นเวลาที่คุณถือกล้องในแนวตั้ง แสงแฟลชก็จะออกมาทางซ้ายหรือทางขวาของเฟรมภาพเสมอ ซึ่งมักจะก่อให้เกิดเงาพาดผ่านเข้ามาในภาพได้
          นอกจากนั้นการที่แฟลชอยู่ใกล้กับเลนส์ยังเพิ่มโอกาสการเกิดอาการตาแดง (Red-eye) ซึ่งแสงจากแฟลชสะท้อนดวงตาของตัวแบบกลับเข้ามายังเลนส์ถ่ายภาพ โชคดีที่คุณไม่จำเป็นต้องลบภาพเหล่านี้ทิ้งไปเพราะคุณยังสามารถปรับแก้ภาพ ลักษณะนี้ได้ด้วยโปรแกรมตกแต่งภาพ
          แฟลชในตัวกล้องมักมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับขนาดของตัวแบบ และยิ่งคุณอยู่ห่างตัวแบบมากเท่าไหร่ แฟลชก็จะยิ่งมีขนาดเล็กลงเท่านั้น ผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นแสงที่มีความกระด้างและมีทิศทางซึ่งส่งผลให้เกิดไฮไลต์ และชาโดว์ที่เข้มจัด นอกจากนั้นแฟลชป๊อปอัพยังมีกำลังต่ำทำให้แสงไม่สามารถครอบคลุมตัวแบบทั้งตัว ได้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ช่างภาพที่จริงจังต่างหาแฟลชภายนอกที่มีกำลังและความ ยืดหยุ่นสูงมาใช้งาน
 - อะไรคือข้อดีของแฟลชภายนอก?
          นอกจากกำลังที่เพิ่มขึ้นซึ่งทำให้แสงตกถึงตัวแบบในระยะไกลได้แล้ว ข้อดีของแฟลชประเภทนี้ก็คือความสามารถในการใช้งานแยกกับตัวกล้อง แน่นอนว่าคุณสามารถเสียบแฟลชเข้าที่ฮอตชูแฟลชแล้วใช้งานได้เลย แต่นั่นก็เป็นตำแหน่งที่จำกัดเช่นเดียวกับแฟลชป๊อปอัพในตัวกล้อง
          การย้ายตำแหน่งแฟลชให้ห่างออกมาจากตัวกล้องจะช่วยทำให้ภาพผลลัพธ์ดูเป็น ธรรมชาติและมีความสวยงามมากขึ้น ซึ่งคุณจะสามารถผสมผสานแสงแฟลชเข้ากับแสงธรรมชาติ รวมถึงการควบคุมตำแหน่งของเงาที่จะเกิดขึ้นได้อีกด้วย วิธีที่ง่ายที่สุดก็คือการใช้สายเคเบิลเชื่อมต่อระหว่างแฟลชและกล้องถ่ายภาพ แต่สายเคเบิลเหล่านี้มักจะสั้นและทำให้มีข้อจำกัดในการใช้งานในหลายๆ สถานการณ์
กล้อง SLR และแฟลชรุ่นใหม่ๆ จะสามารถเชื่อมต่อสัญญาณแบบไร้สายได้ ทำให้คุณมีอิสระในการจัดวางตำแหน่งของแฟลชอย่างที่คุณต้องการได้ ในการใช้งานระบบนี้ คุณสามารถใช้แฟลชครั้งละหลายๆ ตัวและยิงแฟลชทั้งหมดพร้อมกันได้ ส่งผลให้คุณสามารถเปิดแสงในพื้นที่ขนาดใหญ่และสร้างภาพที่เปี่ยมไปด้วยความ สร้างสรรค์ได้
 - แฟลชเฉพาะกิจใช้งานยากไหม?
          ถ้าย้อนกลับไปในวันที่เราต้องมานั่งคำนวณค่ากล้องและค่าแฟลชเพื่อให้ได้ ค่าการเปิดรับแสงที่เหมาะสมแล้วละก็ แฟลชในปัจจุบันใช้งานไม่ยากเลย เพราะกล้องจะทำการคำนวณปริมาณแสงโดยใช้ระบบ TTL (Through The Lens) ซึ่งในโหมดแฟลชแบบ TTL นั้น กล้องจะทำการวัดปริมาณแสงที่สะท้อนจากตัวแบบกลับเข้ามาในเลนส์ จากนั้นกล้องจะทำการตัดแสงแฟลชเมื่อตัวแบบได้รับแสงในปริมาณที่เหมาะสมแล้ว
          อย่างไรก็ตาม มันก็เหมือนกับการถ่ายภาพโดยไม่ใช้แฟลช เพราะกล้องจะไม่มีทางหาค่าการเปิดรับแสงที่แม่นยำให้คุณได้ เครื่องวัดแสงจะพยายามหาค่าโทนกลาง ดังนั้นตัวแบบที่มีพื้นที่สีขาวหรือสว่างขนาดใหญ่จึงมักทำให้ภาพผลลัพธ์เข้ม กว่าที่ควรจะเป็น นั่นก็เพราะกล้องจะตัดแสงแฟลชเร็วกว่าที่ควรเนื่องจากกล้องคิดว่าตัวแบบโทน สว่างนั้นเป็นตัวแบบโทนกลางที่อาจจะได้รับแสงโอเวอร์ ส่วนตัวแบบโทนสีเข้มก็จะมีเอฟเฟ็คท์ตรงกันข้าม เพราะแฟลชจะเพิ่มปริมาณแสงเข้าไปเพื่อทำให้ตัวแบบสีเข้มมีโทนที่สว่างมาก ยิ่งขึ้น
          “กล้อง SLR และแฟลชรุ่นใหม่ๆ มีระบบเชื่อมต่อสัญญาณไร้สายที่ให้อิสรภาพในการทำงานแก่คุณ”
 อธิบาย ข้อดีของแฟลชเฉพาะกิจ
เปิดแสงให้ตัวแบบของคุณในขณะที่ควบคุมทุกอย่างได้อย่างเบ็ดเสร็จ
          แฟลชเฉพาะกิจมีความสามารถในการควบคุมและมีกำลังสูงกว่าแฟลชป๊อปอัพในตัว กล้อง อุปกรณ์ชิ้นนี้มีขนาดใหญ่กว่าแฟลชป๊อปอัพมาก คุณสามารถควบคุมแสงจากทิศทางที่คุณต้องการได้ ถ้าหากคุณอยากจะอัพเกรดแฟลชของคุณ เลือกหัวแฟลชเฉพาะกิจเป็นรายการแรกของคุณเลย
          แฟลชเฉพาะกิจถูกออกแบบมาให้ทำงานร่วมกับระบบกล้องที่กำหนดและมีความ สามารถในการควบคุมระบบอัตโนมัติต่างๆ จำนวนมาก แต่นั่นไม่ได้หมายถึงแฟลชที่ผลิตโดยผู้ผลิตกล้องเท่านั้น เพราะยังมีแฟลชเฉพาะกิจจากบริษัทอื่นๆ ที่มีราคาถูกกว่าให้คุณเลือกด้วยเช่นกัน
DCM143.shoot_basics.off_camera03
แยกนอกตัวกล้อง
อุปกรณ์ที่สำคัญ
          สายแยกแฟลช (Off-camera) จะช่วยให้คุณรักษาการเชื่อมต่อระหว่างแฟลชและกล้องถ่ายภาพ แต่คุณจะมีอิสระในการวางตำแหน่งของ แฟลช เพื่อที่จะปรับแสงแฟลชให้นุ่มนวลมากขึ้น ให้ใช้อุปกรณ์กรองแสงสวมทับที่ แฟลช อุปกรณ์ตัวนี้มีหลายสไตล์และขนาดให้คุณเลือกในท้องตลาด
DCM143.shoot_basics.position01
บนตัวกล้อง
หัวแฟลชที่ยืดหยุ่น
          ส่วนหัวของแฟลชสามารถหมุนในตำแหน่งแนวตั้งและแนวนอนได้หลายทิศทาง ความสามารถในการเคลื่อนไหวนี้มีประโยชน์เวลาที่คุณถ่ายภาพในอาคาร มันทำให้คุณสามารถยิงแสงแฟลชสะท้อนเพดานหรือกำแพงเพื่อปรับแสงให้มีลักษณะ ที่กว้างและนุ่มนวลมากยิ่งขึ้น
 อธิบาย        
การตั้งค่ากล้อง
วิธีการปรับค่ากำลังแฟลชด้วยสามวิธีง่ายๆ และรวดเร็ว…
DCM143.shoot_basics.expose01
ค่าการเปิดรับแสงแฟลช
          วิธีที่ง่ายที่สุดที่จะทำให้ภาพถ่ายแสงแฟลชของคุณมืดหรือสว่างขึ้นนั้นก็ คือการชดเชยค่าการเปิดรับแสงแฟลช ให้คุณกดปุ่มที่มีสัญลักษณ์แฟลช +/- แล้วหมุนแป้นควบคุมเพื่อปรับค่าให้ภาพสว่างขึ้น (+) หรือมืดลง (-)
DCM143.shoot_basics.expose02
เปลี่ยนช่องรับแสง
          เลือกช่องรับแสงขนาดที่ใหญ่ขึ้นเพื่อเพิ่มระยะทางของแสงแฟลชให้ไกลมาก ขึ้น แฟลชรุ่นสูงๆ จะมีจอด้านหลังซึ่งคุณสามารถดูข้อมูลและกำหนดระยะของแสงแฟลชได้ ค่าแฟลชจะเพิ่มขึ้นและลดลงตามที่คุณปรับเปลี่ยนค่าช่องรับแสง
DCM143.shoot_basics.expose03
เปลี่ยน ISO
          การเพิ่มค่าช่องรับแสงจะช่วยเพิ่มระยะของแสงแฟลช วิธีนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อแสงแฟลชเท่านั้น แต่จะส่งผลต่อค่าการเปิดรับแสงโดยรวมด้วย ดังนั้นให้คุณตรวจดูค่าความไวชัตเตอร์ไม่สูงเกินกว่าค่าความไวสัมพันธ์แฟลช ซึ่งจอข้อมูลอาจมีการกระพริบเตือน
 - ผมจะปรับเปลี่ยนค่าการเปิดรับแสงแฟลชได้อย่างไร?
          มีอยู่หลายวิธีด้วยกันที่คุณสามารถเปลี่ยนแปลงคุณภาพและปริมาณของแสงแฟลช ได้ แต่ปัจจัยที่มีผลต่อค่าการเปิดรับแสงแฟลชในภาพมากที่สุดก็คือช่องรับแสง ยิ่งช่องรับแสงมีขนาดใหญ่เท่าใด ภาพๆ นั้นก็ไม่จำเป็นต้องใช้แสงมากนักสำหรับค่าการเปิดรับแสงแฟลช ดังนั้นคุณจึงสามารถเปิดแสงให้ตัวแบบที่อยู่ไกลออกไปได้ด้วยแสงแฟลช ส่วนช่องรับแสงขนาดเล็กทำให้คุณต้องใช้แสงจำนวนมากในการสร้างค่าการเปิดรับ แสง ดังนั้นแฟลชจึงจำเป็นต้องอยู่ใกล้กับตัวแบบมากขึ้น
          นอกจากนั้นการเพิ่มค่า ISO ยังสามารถใช้ในการเพิ่มระยะการทำงานของแสงแฟลชได้ ค่า ISO สูงจะทำให้เซ็นเซอร์มีความไวต่อแสงมากขึ้น แต่การปรับเปลี่ยนค่าทั้งสองนี้ก็ไม่ได้ส่งผลต่อค่าการเปิดรับแสงที่กำหนด ด้วยเครื่องวัดแสง TTL โดยตรง การที่ปรับค่าการเปิดรับแสงที่ถูกคำนวณออกมานั้น คุณสามารถใช้คำสั่งชดเชยค่าการเปิดรับแสงแฟลช (Flash compensation) ในกล้องเพื่อสั่งให้ภาพต่อไปนั้นมืดหรือสว่างขึ้นได้ การปรับชดเชยแสงในทางบวกจะทำให้ค่าการเปิดรับแสงแฟลชสว่างขึ้น ขณะที่การปรับในทางลบก็จะทำให้ภาพมืดลง
 - กล้องของผมมีโหมด “Sync” หลายโหมด ผมควรใช้โหมดไหน?
          ค่าแฟลชแบบ “First Curtain Sync” นั้นเหมาะกับการถ่ายภาพทั่วไป อย่างไรก็ตาม มีบางโอกาสที่แบบ “ม่านชัตเตอร์ชุดสอง” หรือ “Rear Curtain Sync” จะเหมาะกว่า อย่างในกรณีที่คุณแพนกล้องเพื่อถ่ายภาพตัวแบบที่เคลื่อนที่
          ในโหมดม่านชัตเตอร์ชุดแรกนั้น แฟลชจะยิงออกไปเวลาที่คุณกดปุ่มลั่นชัตเตอร์ ทำให้คุณสามารถกะจังหวะในการถ่ายภาพได้ ส่วนในโหมดม่านชัตเตอร์ชุดสองนั้น แฟลชจะถูกยิงออกไปในช่วงท้ายของค่าการเปิดรับแสง แม้ว่าคุณจะกะจังหวะการถ่ายภาพยากขึ้น แต่ “เส้น” ความเบลอที่เกิดขึ้นการจากเคลื่อนไหวจะปรากฏอยู่ด้านหลังของตัวแบบ กล้องของคุณอาจจะมีโหมด High Speed Sync และ Slow Speed Sync ซึ่งเราได้อธิบายไว้ในกรอบทางด้านขวานี้แล้ว
คำแนะนำในการถ่ายภาพ ปัญหาการใช้แฟลช
ปัญหาที่พบบ่อยเวลาที่คุณถ่ายภาพด้วยแฟลช
 DCM143.shoot_basics.prob_reflect
วัตถุสะท้อนแสง? เพิ่มกำลังไฟ
          ระบบวัดแสงแฟลชอาจสับสนเมื่อเจอวัตถุที่สะท้อนแสง แสงที่สะท้อนกลับเข้ามาที่เลนส์จะส่งผลให้กล้องตัดแสงแฟลชก่อนเวลาที่เหมาะ สม ในการแก้ปัญหานี้ ให้ปรับชดเชยค่าการเปิดรับแสงแฟลชไปในทางบวก หรือเล็งเลนส์ไปที่ฉากหลังแล้วใช้คำสั่ง Flash Exposure Lock เพื่อค่าการเปิดรับแสงที่แม่นยำ

DCM143.shoot_basics.prob_wide
ขอบภาพดำ? เลนส์กว้างเกินไป
          แฟลชจะให้แสงสว่างครอบคลุมช่วงความยาวโฟกัสที่จำกัด (อย่างเช่น 24 มม. ถึง 105 มม.) ส่วนแฟลชรุ่นใหม่ๆ จะมีระบบซูมให้เข้ากับทางยาวโฟกัสของเลนส์ที่ใช้โดยอัตโนมัติ แต่ถ้าเป็นเลนส์มุมกว้าง คุณอาจต้องใช้แฟลชร่วมกับแผ่นกระจายแสงมุมกว้างที่ซ้อนอยู่บริเวณหัวแฟลชได้
DCM143.shoot_basics.prob_back
ฉากหลังมืด? ปรับให้ช้าลง
          ถ้าฉากหลังในภาพที่ใช้แฟลชนั้นมืดมากๆ ให้คุณตั้งกล้องไว้ที่โหมด Slow Sync Flash วิธีนี้จะตั้งค่าความไวชัตเตอร์ให้ช้าลงเพื่อบันทึกรายละเอียดฉากหลังได้มาก ขึ้น แต่ถ้าความไวชัตเตอร์ที่ใช้นั้นต่ำเกินกว่าที่จะได้ภาพที่คมชัดแล้วล่ะก็ ให้เพิ่มค่า ISO จนกระทั่งคุณได้ค่าความไวชัตเตอร์ที่สูงพอที่จะถือกล้องถ่ายได้
วิธีการ ตั้งค่า Sync
ใช้ค่าความไวชัตเตอร์ที่สูงที่สุดเวลาเชื่อมต่อแฟลช
          ค่าความไวชัตเตอร์จะมีอิทธิพลต่อปริมาณแสงธรรมชาติที่จะถูกบันทึกลงในภาพ และมีบทบาทที่สำคัญของความสัมพันธ์แฟลชหรือ “X-sync” นี่คือค่าความไวชัตเตอร์ที่สูงที่สุดที่คุณสามารถเลือกใช้ได้เวลาที่คุณใช้ งานร่วมกับแฟลช โดยปกติแล้วจะอยู่ที่ราวๆ 1/200 วินาที
DCM143.shoot_basics.sync_highspeed_yes
High Speed Sync
          ค่าความสัมพันธ์แฟลชที่มีค่าจำกัดนั้นอาจมีปัญหาในการถ่ายภาพภายใต้สภาพ แสงที่สว่างจ้า ทางออกก็คือ การใช้โหมด High Speed Sync ในแฟลชของคุณ หรือไม่เช่นนั้นคุณสามารถใช้ช่องรับแสงที่เล็กลง และ/หรือเลือกใช้ค่า ISO ที่ต่ำลงเพื่อลดค่าความไวชัตเตอร์สำหรับค่าการเปิดรับแสงธรรมชาติให้อยู่ใน ระดับเดียวกับค่าความสัมพันธ์แฟลช
DCM143.shoot_basics.sync_slow
Slow Sync
          เปลี่ยนมาใช้โหมด Slow Sync เวลาถ่ายภาพในสภาพแสงน้อย กล้องจะทำการเลือกค่าการเปิดรับแสงที่นานกว่าค่าการใช้แฟลชปกติ การเคลื่อนไหวของกล้องหรือตัวแบบที่เกิดขึ้นจะถูกบันทึกไว้ ดังนั้นถ้าคุณไม่ต้องการความเบลอที่มากเกินไป (อย่างในภาพด้านบน) ให้คุณตั้งกล้องบนขาตั้งกล้องหรือเพิ่มค่า ISO
สนับสนุนเนื้อหา: www.digitalcamera-thailand.com
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันพฤหัสบดีที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2557

10 อันดับมือถือน่าสนใจอัพเดทใหม่ล่าสุด

10 อันดับมือถือน่าสนใจอัพเดทใหม่ล่าสุด

          วันนี้ทางทีมงาน Sanook! Hitech ขอรวบรวมสุดยอดสมาร์ทโฟน-แท็บเล็ตที่ อยากแนะนำให้ใช้งานกันประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2557 มากฝากกันครับ โดยข้อมูลทั้งหมดที่ทางทีมงานนำมาประกอบนั้นเป็นข้อมูลที่อ้างอิงมาจากเว็บ ไซต์thaimobilecenter.com
          เดือนนี้นั้น 3 อันดับแรกไม่มีสมาร์ทโฟน - แท็บเล็ต ของทางฝั่ง  Samsung Galaxy S5 อีกหนึ่งสมาร์ทโฟนแห่งปี 2014 ซึ่งได้เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เข้ามาเป็นอันดับที่ 1  ในส่วนของอันดับ 2Sony Xperia Z2  และ 3. Nokia X Dual SIM  สมาร์ทโฟน เข้าถึงแอพ Android รุ่นแรกของทางโนเกีย
มาดูกันดีกว่าครับว่ารุ่นที่เหลือมีอะไรน่าสนใจกันบ้าง และแต่ละรุ่นได้คะแนนการประเมินเท่าไร?
ข้อมูลมือถือน่าสนใจ (Editor choice) ประจำเดือน กุมภาพันธ์  2557
*โทรศัพท์มือถือน่าสนใจ (Editor choice) หมายถึงโทรศัพท์มือถือที่แนะนำโดยผู้ดูแลเนื้อหาเว็บไทยโมบายเซ็นเตอร์ดอทคอม
คะแนนโหวตเป็นคะแนนที่ประมวลผลจากคะแนนโหวตของผู้เข้าชมและถูกโพสต์ขึ้นระบบโดยอัติโนมัติ
* ข้อมูลมือถือประจำสัปดาห์คำนวณจากข้อมูลภายใน 1 สัปดาห์ โดยอันดับอาจจะแตกต่างจาก ข้อมูลมือถือประจำเดือน ที่จะคำนวณจากข้อมูลใน 1 เดือน
สนับสนุนเนื้อหา: www.thaimobilecenter.com
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

รับทันที! ส่วนลด MRT, BTS 30 บาททุกเดือนจาก WeChat!

รับทันที! , BTS 30 บาททุกเดือนจาก WeChat!

          ข่าวดีสำหรับชาวกรุงเทพที่ใช้บริการ BTS และ MRT ทุกวัน  ตอนนี้แอพพลิเคชั่น WeChat แจกส่วนลด 30 บาททุกเดือน  เมื่อเติมเงินในบัตร MRT หรือ BTS ตั้งแต่ 300 บาทขึ้นไป
wechat
          WeChat มอบโปรโมชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับผู้ใช้งานแอพพลิเคชั่น WeChat เมื่อเดินทางไปกับรถไฟฟ้าบีทีเอส และรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที รับส่วนลดมูลค่า 30 บาททันที ทุกวันอังคารถึงพฤหัสบดี เพียงติดตาม “BTS SkyTrain Official Account” และ“Bangkok MRT Official Account”
          ผู้ใช้งานสามารถรับสิทธิพิเศษง่ายๆ เมื่อออกบัตร หรือเติมเงินในบัตรโดยสารบีทีเอส หรือ เอ็มอาร์ที ตั้งแต่ 300 บาทขึ้นไป โดยรับส่วนลดรถไฟฟ้าบีทีเอสได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 กรกฏาคม 2557 และ รับส่วนลดรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ทีได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2557
          ถ้าไม่อยากพลาดการเดินทางแสนสะดวกกับรถไฟฟ้าบีทีเอส และรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ทีราคาสุดพิเศษ รีบโหลด WeChat และติดตาม Official Account กันได้เลยวันนี้ ง่ายๆ เพียงเข้าไปที่หน้า “เพิ่มผู้ติดต่อ” (Add Contacts) และกดปุ่มบวกที่มุมขวาบน จากนั้นกดเลือก Official Account พิมพ์ “BTS SkyTrain” หรือ “Bangkok MRT” แล้วกดติดตาม (Follow) เพียงเท่านี้ ไม่ว่าเดินทางไกลแค่ไหนคุณก็สามารถอัพเดทความเคลื่อนไหวของ BTS และ MRT ได้ก่อนใคร
วิธีรับส่วนลดจาก WeChat สามารถรับสิทธิ์ง่ายๆ ดังนี้
          1) รถไฟฟ้าบีทีเอส พิมพ์ข้อความ wechat#bts ส่งไปในหน้า “BTS SkyTrain Official Account” บน WeChat (จำกัดจำนวน 15,000 สิทธิ์ต่อเดือน)
          2) รถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที พิมพ์ข้อความ wechat#mrt ส่งไปในหน้า “Bangkok MRT Official Account” บน WeChat (จำกัดจำนวน 10,000 สิทธิ์ต่อเดือน)
          และแสดงรหัสในการรับสิทธิ์บนโทรศัพท์มือถือแก่พนักงาน ณ ห้องออกบัตรโดยสาร ขอสงวนสิทธิ์ 1 รหัส สามารถใช้สิทธิ์ได้ 1 สิทธิ์/เดือน และไม่สามารถใช้ร่วมกับบัตรกำนัลและส่วนลดจากรายการส่งเสริมการขายอื่นได้
ใครยังไม่ได้ลงแอพ WeChat สามารถตามไปดาวน์โหลดได้ที่ Link ด้านล่างค่ะ
โหลด WeChat มาเล่นกันได้ที่ลิงค์ด้านล่าง
 สำหรับ iPhone
 สำหรับ Andriod
 สำหรับ Windows Phone
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันอังคารที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2557

เพิ่มพลังให้ภาพถ่ายทิวทัศน์ของคุณ

ใช้ความไวชัตเตอร์ที่ต่ำสุดๆ
          อีกหนึ่งวิธีที่จะสามารถแปลงโฉมภาพทิวทัศน์ของคุณก็คือการใช้ค่าความไว ชัตเตอร์ที่ยาวนานเพื่อปรับสิ่งที่เคลื่อนไหวเช่นก้อนเมฆ น้ำ หรือพุ่มไม้ให้กลายเป็นความเบลอ และเพื่อที่จะปรับภาพทะเลให้กลายเป็นความเบลอได้นั้น คุณจำเป็นต้องใช้ความไวชัตเตอร์อย่างน้อย 10 วินาที ขณะที่การสร้างความเบลอให้ก้อนเมฆนั้นต้องใช้ 30 วินาทีหรือนานกว่านั้น สิ่งท้าทายหลักของการใช้ความไวชัตเตอร์ที่ยาวนานนี้ก็คือการหลีกเลี่ยงค่า การเปิดรับแสงที่โอเวอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาพแสงจ้า
ความไวชัตเตอร์ที่ต่ำสุดๆ
          แม้ว่าคุณจะเลือกใช้ค่า ISO ที่ต่ำที่สุดและช่องรับแสงที่เล็กที่สุดแล้วก็ตาม คุณจะพบว่าค่าความไวชัตเตอร์ที่คุณสามารถใช้ได้ในช่วงกลางวันนั้นยังไม่นาน พอที่จะสร้างสรรค์ความเบลอได้ เพื่อที่จะใช้ค่าความไวชัตเตอร์เป็นเวลา 15 วินาทีหรือนานกว่านั้น คุณจำเป็นต้องใช้ฟิลเตอร์ Neutral Density ที่มีความเข้มเพื่อลดปริมาณแสงที่จะตกลงสู่เซ็นเซอร์
อีกทางเลือกหนึ่งก็คือการถ่ายภาพในช่วงที่แสงมีน้อยอย่างเช่นในช่วงก่อน ดวงอาทิตย์ขึ้นหรือช่วงหลังดวงอาทิตย์ตก เพราะในช่วงเวลานี้เองคุณจะสามารถใช้ค่าความไวชัตเตอร์ที่ต่ำมากๆ ได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้ฟิลเตอร์ ND
STEP BY STEP
การตั้งค่ากล้องเพื่อค่าเปิดรับแสงที่ยาวนาน
วิธีการใช้ฟิลเตอร์ Neutral Density เพื่อค่าการเปิดรับแสงที่ต่ำสุดๆ
DCM143.feature.s4_07_step1
1 จัดองค์ประกอบภาพ
          คุณจะแทบไม่สามารถมองผ่านช่องมองภาพที่ติดตั้งฟิลเตอร์ ND ได้เลย ดังนั้นคุณจึงต้องจัดองค์ประกอบภาพและโฟกัสภาพให้เสร็จเรียบร้อยเป็นอันดับ แรก ให้คุณตั้งกล้องบนขาตั้งกล้อง จัดองค์ประกอบภาพ ปรับโฟกัสแบบแมนวล แล้วตั้งค่าการเปิดรับแสงกล้องด้วยระบบแมนวล
DCM143.feature.s4_07_step2
2 สวมฟิลเตอร์
          ตอนนี้คุณก็สามารถสวมฟิลเตอร์เข้ากับเลนส์ของคุณ หรือจะปรับค่าความเข้มให้สูงที่สุดหากคุณใช้ฟิลเตอร์ ND แบบปรับค่าความเข้มได้ พยายามอย่าเคลื่อนหรือทำให้กล้องขยับ เพราะคุณจะจัดองค์ประกอบภาพอีกครั้งได้ยากเมื่อสวมฟิลเตอร์แล้ว
NIK04.zone_5.step6
3 ปรับค่าการเปิดรับแสง
          ระบบวัดแสงจะไม่มีความแม่นยำเวลาที่คุณใช้ฟิลเตอร์ ND ที่มีค่าเข้มๆ ดังนั้นให้คุณทำการทดลองหาค่าการเปิดรับแสงที่แม่นยำเอง ให้ตั้งค่า ISO ให้ต่ำอย่างเช่น 100 หรือ 200 จากนั้นให้ตั้งค่าการเปิดรับแสงในโหมดแมนวลเป็น f/16 และลองใช้ค่าความไวชัตเตอร์เริ่มต้นที่ 15 วินาทีสำหรับ ND 10 สต็อป
ใช้ความไวชัตเตอร์ต่ำสำหรับภาพน้ำตกที่ตระการตา
          สายน้ำที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วอย่างเช่นน้ำตกหรือลำธารนั้นเหมาะสำหรับ การเพิ่มความน่าสนใจในภาพทิวทัศน์ของคุณ แต่คุณจำเป็นต้องเลือกค่าความไวชัตเตอร์ที่เหมาะสมเพื่อที่จะบันทึกความ เคลื่อนไหวอย่างที่คุณต้องการ การเลือกค่าความไวชัตเตอร์ที่ “ปลอดภัย” ประมาณ 1/60 วินาทีถึง 1/125 วินาทีจะบันทึกรายละเอียดของน้ำได้ แต่นี่ไม่ได้เป็นเพียงวิธีเดียวเท่านั้น
DCM143.feature.s4_06_example
หยุดความเคลื่อนไหว
          เพื่อหยุดความเคลื่อนไหวของน้ำ ให้เลือกค่าความไวชัตเตอร์ 1/1000 วินาทีหรือที่สูงกว่านี้ คุณจำเป็นต้องถ่ายภาพในสภาพแสงที่สว่างเพื่อที่คุณจะสามารถใช้ความไว ชัตเตอร์ที่สูงเช่นนี้ได้ ใช้ค่าช่องรับแสงที่กว้างขึ้นจากค่าปกติที่คุณใช้ในการถ่ายภาพทิวทัศน์อย่าง เช่น f/4 เป็นต้น ส่วนในสภาพแสงที่ค่อนข้างน้อย ให้ตั้งค่า ISO เป็น 400 หรือสูงกว่านี้และใช้ช่องรับแสงที่กว้างขึ้นเพื่อที่คุณจะสามารถถ่ายภาพด้วย ค่าความไวชัตเตอร์สูงได้
          อีกทางเลือกหนึ่งก็คือการใช้ค่าความไวชัตเตอร์ต่ำเพื่อปรับภาพสายน้ำให้ กลายเป็นความเบลอ การจะทำเช่นนี้ได้นั้น คุณจำเป็นต้องตั้งค่าความไวชัตเตอร์ไว้ที่ 1/4 วินาทีหรือนานกว่านี้ ภายใต้สภาพแสงที่จ้า คุณอาจไม่สามารถใช้ค่าความไวชัตเตอร์ต่ำเช่นนี้ได้แม้ว่าจะตั้งค่า ISO ที่ต่ำและค่าช่องรับแสงที่ต่ำที่สุดแล้วก็ตาม ในสภาพเช่นนี้ให้คุณสวมฟิลเตอร์ Neutral Density หรือฟิลเตอร์โพลาไรซ์เข้ากับเลนส์เพื่อลดปริมาณแสงที่จะตกลงสู่เซ็นเซอร์ ใช้ขาตั้งกล้องเพื่อหลีกเลี่ยงอาการกล้องสั่น เพราะการใช้ระบบลดการสั่นไหวจะไม่เหมาะกับการถ่ายภาพลักษณะนี้
“สวมฟิลเตอร์ Neutral Density หรือฟิลเตอร์โพลาไรซ์เข้ากับเลนส์ของคุณเพื่อลดปริมาณแสงที่จะตกลงสู่เซ็นเซอร์”
สนับสนุนเนื้อหา: www.digitalcamera-thailand.com

ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันจันทร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2557

สงครามกล้องมือถือจะไม่ได้วัดที่จำนวลพิกเซลอีกต่อไป เมื่อเจอฟีเจอร์โมดูลกล้องมือถือเหล่านี้

สงครามกล้องมือถือจะไม่ได้วัดที่จำนวลพิกเซลอีกต่อไป เมื่อเจอฟีเจอร์โมดูลกล้องมือถือเหล่านี้

          ในช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมาสงครามภาพถ่ายบนสมาร์ทโฟนหรือมือ ถือนั้นมักจะวัดกันที่ “ใครมีจำนวนพิกเซลมากกว่าคนนั้นชนะ” ยกตัวอย่างเช่น Samsung Galaxy S5 ที่มีกล้องถึง 16 ล้านพิกเซล , Sony new Xperia Z2 ที่มีกล้อง 20.7 ล้านพิกเซล และ Nokia Lumia 1020 ที่เลือกใช้กล้อง 41 ล้านพิกเซล

Google Project Tango 

          แต่อย่างไรก็ดีเริ่มมีเค้าลางของการเปลี่ยนแปลงบางอย่างแล้วอย่าง Google Project Tango ที่มาพร้อมกล้องที่เรียกว่า depth camera ที่สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของภาพถ่ายได้ด้วยเลนส์ภายในจำนวน 2 ตัวที่มีความยาวของโฟกัสแตกต่างกัน ที่สามารถลดข้อจำกัดและข้อบกพร้องบางอย่างของกล้องบนสมาร์ทโฟนได้ด้วย
          Google Project Tango ติดตั้ง Sensor ในรูปแบบเดียวกับ Kinect ที่สามารถสแกนความตื้น-ลึกในรูปแบบ Infrared และยังติดตั้งหน่วยประมวลผล Myriad 1 vision จาก Movidius ที่สามารถประมวลผลความตื้น-ลึกได้แบบทันท่วงที ซึ่งมีจุดประสงค์ในการออกแบบที่จะพัฒนาสมาร์ทโฟนที่สามารถสร้างแผนที่ภายใน อาคาร และจะต่อยอดเพื่อนำไปขายให้กับองค์กรธุรกิจที่สนใจในเทคโนโลยีนี้

Pelican Imaging

          นอกจากนี้ก็จะมีบริษัทอย่าง Pelican Imaging ที่ได้รับการสนับสนุนจาก Qualcomm มาพร้อมด้วยเลนส์จำนวน 16 ชุดในรูปแบบของตาราง 4×4 ทำหน้าที่แยกจากกันอิสระ โดยในการบันทึกภาพจะบันทุกภาพที่มีสีแดง เขียว และฟ้าแยกจากกัน แต่นำมารวมเป็นภาพเดียวกันที่ความละเอียดภาพ 8 ล้านพิกเซล ซึ่งเจ้าเทคโนโลยีนี้จะช่วยลด Noise โดยใช้ CMOS แบบปกติ
          และยังสามารถถ่ายภาพในที่แสงน้อย และมีระบบป้องกันการถ่ายภาพสั่นไหวแบบ 3 มิติ ที่จะช่วยให้ถ่ายวิดีโอได้นุ่มนวลขึ้น และช่วยลดอาการภาพเบลอในการถ่ายภาพขณะเคลื่อนไหว ซึ่งเจ้าเลนส์จาก Pelican Imaging นั้น คาดว่าจะลงตลาดอย่างไวสุดภายในปี 2015 และจะถูกติดตั้งไว้ในแบรนด์สมาร์ทโฟนรายใหญ่ๆอีกด้วย

Corephotonics

          อีกแบรนด์จากประเทศอิสราเอลอย่าง Corephotonics ที่ได้รับการสนับสนุนจาก Qualcomm เช่นกัน มาพร้อมเลนส์ความละเอียดสูง 2 ชิ้น ที่มีความยาวโฟกัสแตกต่างกัน ซึ่งตัวต้นแบบนั้นจะมาพร้อมความละเอียด 13 ล้านพิกเซล โดยชิ้นเลน์ตัวแรกจะเป็นเลนส์มุมกว้าง และอีกตัวจะเป็นเลนส์แบบ 3x เทเล ที่สามารถซูมภาพได้ดียิ่งขึ้นและภาพไม่แตกในขณะที่ซูมภาพหรือวิดีโอ พร้อมยังช่วยลด noise และถ่ายในที่แสงน้อยได้ดีขึ้น รวมไปถึงยังเพิ่มมิติความชัดลึกให้กับภาพถ่ายที่ทางแหล่งข่าวบอกว่าดีกว่า กล้องตัวอื่นๆแน่นอน ที่สำคัญยังมาพร้อมขนาดโมดูลกล้องที่เล็กและสามารถติดตั้งไว้บนตัวเครื่อง สมาร์ทโฟนได้ และยังกินไฟใกล้เคียงกับโมดูลกล้องที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
          ซึ่งจากผลิตภัณฑ์ด้านกล้องและการถ่ายภาพแบบใหม่ทั้งสามตัวก็แสดงให้เห็น ได้ชัดว่าในอนาคตนั้นจำพวกพิกเซลที่มีมากก็ยังสำคัญอยู่ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าก็คือชิ้นเลนส์ ภาพที่ออกมา และฟีเจอร์ต่างๆที่มีในโมดูลกล้องนั้นๆ ที่เชื่อได้เลยในอนาคตผู้ใช้น่าจะเริ่มให้ความสำคัญมากกว่าจำนวกพิกเซลเยอะๆ อย่างแน่นอน
ขอบคุณเนื้อหา และภาพประกอบ
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com