วันพุธที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

5 เหตุที่ไม่ควรเลือกซื้อหาโน้ตบุ๊ครุ่นที่ความถูก (จนเกินไป)



แน่นอนว่าในเรื่องของการทำงานแน่ๆๆ จังๆ นั้น ในส่วนของสมาร์ทโฟนด้วยกันแท็บเล็ต คงจักไม่ทำได้มาใช้งานแทนที่คอมพิวเตอร์ได้อย่างสมบูรณ์

จึงได้ทำให้ใครก็ตามที่ยังต้องใช้งานที่เกี่ยวข้องกับอินเตอร์เน็ตเป็นประจำ ไม่ใช่หรือคนที่จำเป็นต้องใช้โปรแกรมสำนักงานอย่างเช่น Microsoft Office รวมไปถึงคนที่ต้องการประสบการณ์ความบันเทิงในการดูหนังฟังเพลงเล่นเกม ก็อาจจะต้องพึ่งพาคอมพิวเตอร์อยู่ดี

ซึ่งยุคในปัจจุบันคงต้องยอมรับว่าคอมพิวเตอร์แบบพกพาไม่ใช่หรือโน๊ตบุ๊คนั้น ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องมาจากประสิทธิภาพการใช้งานถือว่ารองรับการใช้งานทั่วๆ ไปได้แทบไม่แตกต่างจากคอมพิวเตอร์PCแบบตั้งโต๊ะเลย

อีกทั้งยังมีจุดเด่นในเรื่องของอาจจะพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างสะดวกสบายพร้อมกับตลอดเวลา ฉะนั้นถ้าใครคิดว่าจำเป็นต้องพกพาคอมพิวเตอร์ไปใช้งานที่อื่นๆ นอกเหนือจากที่บ้านด้วย แน่นอนโน้ตบุ๊คคือคำตอบที่ดีที่สุด

ว่าแล้วถ้าใครติดตามสนนราคาและสเปคของโน๊ตบุ๊คในตลาดเวลานี้ก็จักพบว่า ราคาริเริ่มต้นของค่าโน๊ตบุ๊คนั้นไม่ได้แพงมากเลย เรียกได้ว่าใครๆ ก็รอบรู้ซื้อมาเป็นเจ้าของจับต้องกันได้ เพราะว่าถ้านำไปเทียบกับสมาร์ทโฟนบางตัวบางรุ่น ก็ยังถือว่าถูกกว่าด้วยซ้ำ

ก็เพราะว่าที่มีมูลค่าไม่ถึงหมื่นบาทไม่ใช่หรือหมื่นบาทต้นๆ เท่านั้น แต่ก็ อย่างไรก็ตามถ้าว่ากันตามเป็นจริงๆ ใช่ว่าด้วยราคาที่ถูกแสนถูกของโน้ตบุ๊คจะทำให้มีความน่าซื้อมาใช้งานเสมอไป เนื่องด้วยความเป็นแน่นอนแล้วแต่คนนั้นใช้งานคอมพิวเตอร์ไม่เหมือนกัน จึงเป็นที่มาในหมู่งานเต็มใจนำเสนอบทความ 5 เหตุผลที่ไม่ควรเเอิกเกริกกซื้อโน๊ตบุ๊คสนนราคาถูก (จนเกินไป)

เพื่อที่เพื่อนๆ จักได้เเอิกเกริกกซื้อโน้ตบุ๊คที่ตรงความต้องการ โดยที่ไม่เน้นรุ่นถูกสนนราคาไม่แพงเป็นหลัก ซึ่งอาจแบ่งได้ออกเป็นดังถัดจากนั้นนี้

ประสิทธิภาพที่ไม่เช่นพอต่อการใช้งาน

ก็แน่ล่ะครับ ด้วยค่าโน้ตบุ๊คราคาเกือบๆหนึ่งหมื่นบาทนั้น ไม่ได้รองรับการทำงานที่หลากหลายมากนักอย่างที่หลายๆ คนคิดเอาไว้ แม้ว่าในเรื่องของประสิทธิภาพความแรงของชิปประมวลผลเหรอการ์ดจอจะไปได้ไกลแล้วก็ตาม

แต่นั่นก็ไม่ได้เกิดขึ้นกับโน๊ตบุ๊คราคาถูกๆ แต่อย่างใด เพราะว่าด้วยสเปคชิปประมวลผลที่เป็นแค่เหมือน Intel Celeron, Pentium ใช่ไหม AMD ตัวล่างๆ เท่านั้น เรียกได้ว่าเล่นอินเตอร์เน็ตพิมพ์งานน่ะก็ยังพอไหว แต่ถ้าเปิดหลายๆ หน้าต่างหลายๆ โปรแกรมก็จะมีอาการค้างเหมือนกัน

ซึ่งถ้าใครเล็งๆ ไว้ว่าจักซื้อมาเล่นเกมหรือว่าทำงานกันยิ่งๆ จังๆ แล้วล่ะก็ แนะนำให้เพิ่มงบไปดูช่วงสนนราคาสองหมื่นบาทกลางๆ ขึ้นไปจะดีกว่า



มีให้เเล่าลือกหน้าจอ 14″ เหมือนขนาดเดียว

ด้วยความที่ว่าโน้ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 14″ เป็นขนาดมาตรฐานทั่วไปที่ผู้คนใช้กันโดยส่วนมาก จากการที่ว่าหน้าจอไม่เล็กใช่ไหมใหญ่จนเกินไป พร้อมกับน้ำหนักไม่มากจนขนาดที่จะแบกไปไหนไม่ไหว

ทำให้ในส่วนของโน๊ตบุ๊คที่มีค่าถูกเกือบ 100% จะมีแต่โน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 14″ ให้เลือกระฉ่อนกซื้อกันเท่านั้น ส่งผลให้ใครอยากได้ขนาดจอที่เล็กหรือว่าใหญ่กว่านี้ จำเป็นต้องเพิ่มงบในการซื้อไปเโจษจันกรุ่นที่แพงกว่าอยู่ดี ซึ่งก็อาจจะทำให้ได้โน้ตบุ๊คการ์ดจอแยกที่รองรับการเล่นเกม ไม่ก็ Ultrabook ที่บางเบากันไปเลย

หรือไม่ก็ถ้าใครจักเระบือกซื้อโน๊ตบุ๊คช่วงราคาไม่แพงนี้มาใช้งาน ก็ต้องทนกับขนาดที่ไม่ตรงกับความต้องการของเราเลย ไปจนตลอดอายุการใช้ของมัน

ต้องซื้อ Windows เองอีกต่างสมมต

สนนราคาค่าจ้างแค่นี้ คงไม่ได้ติดตั้ง Windows แท้จากโรงงานมาให้หรอก ซึ่งก็ต้องทูลว่าเป็นเรื่องปกติที่คนที่จักไปซื้อโน้ตบุ๊คงบช่วงหนึ่งหมื่นบาทต้องยอมรับกันให้ได้อยู่แล้ว เพราะว่าหลังจากที่ซื้อโน้ตบุ๊คกันไปก็ต้องเตรียมจ่ายเงินกับการซื้อ Windows แท้อยู่ดี คิดเป็นเงินก็ตกกันราวๆ 2,000 - 3,000 บาท (ใช่ไหมถ้าใครจักไปติดตั้ง Windows เถื่อนอันนี้ก็อีกเรื่องแล้วแต่ ซึ่งมันไม่ถูกต้องเท่านั้นเอง)

ทำให้วิเคราะห์กันได้ว่าถ้าจะให้ดีที่สุดกับคนที่ต้องการใช้งาน Windows แท้ที่พร้อมใช้งานทันทีหลังจากที่ซื้อมาควรซื้อโน้ตบุ๊คที่สนนราคาสูงขึ้นมาซักหน่อยก็จะได้ Windows แท้แล้ว (บางรุ่นได้เป็นหน้าจอทัชสกรีนเลยด้วยก็มี) ส่วนตรงนี้ก็แล้วแต่สะดวกของแต่ละคนแล้วกันนะครับ

ไม่มีฟีเจอร์ที่โดดเด่นอะไรเลย

เหตุด้วยใครก็ตามที่หาซื้อโน๊ตบุ๊คที่มีความโดดเด่นหรือเหนือชั้นกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วๆ ไป ในช่วงสนนราคาหนึ่งหมื่นบาท ก็ต้องพูดว่าไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะตัวโน๊ตบุ๊คในมูลค่าระดับนี้ก็ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ใช้งานที่หลากหลายใช่ไหมเฉพาะทางได้ดีนัก หลักๆ แล้วก็เป็นเพียงเครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพาที่ติดตั้งหน้าจอ คีย์บอร์ด พร้อมกับฮาร์ดแวร์ส่วนอื่นๆ มาประกอบกันก็เท่านั้น

แน่นอนว่าใครจะที่หาหรือไม่ก็กำลังคาดหวังความเป็น Gaming Notebook ที่แรงด้วยการ์ดจอด้วยกันซีพียูไม่ก็ระบบภาพสวยงามระบบลำโพงไพเราะ รวมไปถึง Ultrabook บางเบาแค่โลเดียวและใช้งานได้ 7 ชั่วโมง ในราคาหมื่นบาทคงไม่มี เรียกได้ว่าแค่เปิดเครื่องเข้าอินเตอร์เน็ตได้ก็สมมูลค่าของมันแล้ว



ตัวเครื่องวัสดุเป็นเพียงแค่พลาสติกธรรมดา หน้าตาพื้นๆ

คงจะคาดหวังมากไปสุทธิๆ เพราะหลายคน กับงานประกอบของโน๊ตบุ๊คสนนราคาถูกระดับหมื่นบาทที่ทั้งหมดทั้งมวลแล้วจักก็ใช้เป็นเหมือนวัสดุพลาสติกเกรดธรรมดาทั่วไปเท่านั้น

ซึ่งแน่นอนว่าคงได้ให้ประสบการณ์ใช้งานได้ไม่เทียบเท่ากับโน๊ตบุ๊คที่ราคาแพงใช่ไหมระดับสูงที่เลือเลื่องกใช้วัสดุเป็นอะลูมิเนียมหรือไม่แม็กนีเซียมอัลลลอยด์ ประกอบกับดีไซน์ของโน้ตบุ๊คค่าถูกนั้นก็จักมีรูปลักษณ์หน้าต่างที่เป็นพื้นฐานทั่วไป เรียกได้ว่ามีความสวยงามแบบเรียบง่ายไม่ได้โดดเด่นอะไร ส่งผลให้หลายๆ คนอาจจะชอบไม่ใช่หรือไม่ชอบก็ขึ้นอยู่กับรสนิยมยิ่งๆ (ส่วนมากก็คงเฉยๆกัน ไม่ถึงขั้นไม่ชอบ)

สรุปคือ 5 เหตุผลที่ไม่ควรเละบือกซื้อโน๊ตบุ๊คค่าถูก (จนเกินไป) นั้นก็เป็นเพราะว่า โน้ตบุ๊คเครื่องนั้นๆ อาจจะไม่ต้อบโจทย์การใช้งานไม่ก็ไลฟ์สไตล์ของเราก็เป็นไปได้ เกรงว่าซื้อมาใช้งานแล้วก็จักเสียอารมณ์เปล่าๆ ที่ถึงแม้ว่าในการซื้อโน้ตบุ๊คระดับสูงไม่ก็ราคาแพงๆ นั้นยังดูมีแนวโน้มที่คุ้มค่ากว่า

ด้วยความที่มันเก่งตอบสนองความต้องการของเราได้อย่างสมบูรณ์ ตัวอย่างเช่น โน้ตบุ๊คมูลค่า 40,000 บาท ยังไงก็จะประมวลเหรอเล่นเกมได้ดีกว่า โน้ตบุ๊คราคาหมื่นบาท 4 เครื่องรวมกัน รวมไปถึง Ultrabook ที่บางเบาพกพาง่ายค่า 30,000 บาท ยังไงก็คงมีน้ำหนักที่เบาพร้อมด้วยยังมีประสิทธิภาพดีกว่าโน้ตบุ๊ค 30,000 บาทอย่างแน่นอน

ฉะนั้นหิวให้ซื้อโน๊ตบุ๊คที่การใช้งานพร้อมด้วยความต้องการเป็นหลัก ไม่ใช่ซื้อก็เพราะว่าว่าเน้นถูกๆ มาเท่าแค่อย่างเดียวนะครับ ไม่งั้นได้เสียอารมณ์เป็นแน่

ที่มา : http://hitech.sanook.com/1392621

ติดตามข่าวสารไอที คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค รุ่นใหม่ค่าประหยัด แนะนำวิธีการใช้งานด้วยกันการแก้ปัญหาได้ที่ : http://thaizones-hitech.blogspot.com/

วันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ตั้ง Password ง่ายเกินไปส่งผลกระทบเช่นไรกับเราบ้าง



ปัญหาที่ทำปวดหัวมาก!!! ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตคือเรื่อง พาสเวิร์ด ซึ่งเวลาล็อกอินมักจะลืมพาสเวิร์ดทุกที แล้วก็ใช้วิธีการตั้งพาสเวิร์ดง่ายๆแบบที่ใครๆ ก็รอบรู้เดาได้ แถมยังใช้ทุก account อีกด้วย แบบนี้มันก็อาจถูกแฮคได้ง่ายๆนะสิ เช่นกัน มายด์เทอร่า

ผู้ให้บริการระบบไอทีซีเคียวริตี้ต่างๆแบบครบวงจร เตือนภัยเหล่าชาวไซเบอร์ทั้งหลายถึงวิธีการตั้งรหัสแบบง่ายๆ นั้นส่งผลกระทบอย่างไรกับเราบ้าง โหมโรงจาก

1. เสียชื่อเสียง รหัสตัดผ่านที่ง่ายเกินไปก็ถูกเจาะระบบคอมพิวเตอร์ได้ง่ายๆพร้อมกับครั้งคนร้ายได้ข้อมูลส่วนตัวไป แล้วสิ่งที่จักตามมาคือการเอาข้อมูลของเราไปใช้ต่อ ซึ่งแน่นอนว่าคงไม่ได้ใช้ในทางที่ดีแน่ๆต่างว่าเช่นกรณีที่เคยตกเป็นข่าวมาแล้ว คือ คนร้ายแฮคเฟสบุ๊คผู้อำนวนการโรงเรียนแห่งหนึ่งแล้วขอกู้เงินจากเพื่อนของ ผอ. ซึ่งมีคนหลงเชื่อโดนไปหลายคน เป็นต้น



2. เสียทรัพย์ ข้อมูลที่คนร้ายได้ไปอาจเชื่อมโยงไปถึงกันได้ทั้งหมด เพราะเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่ยังใช้พาสเวิร์ดเดียวกันทั้งหมดสำหรับทุกๆ account ไม่ว่าจักเป็นอีเมล์ อินเทอร์เน็ตแบงค์กิ้ง และโซเชียลเน็ตเวิร์ค,มือถือ

ทีนี้ก็จักไม่ยากที่คนร้ายจักขโมยเงินไปจากกระเป๋าของเรา เช่น เขาอาจจะเอาข้อมูลที่ได้มานั้นไปทำบัตรเครดิต หลอกให้คนโอนเงิน ไม่ใช่หรือวิธีการต่างๆ เพราะใช้การยืนยันตัวตนภายใต้ชื่อของเรา

3. ผลกระทบต่อองค์กร ข้อมูลขององค์กรก็เป็นอีกหนึ่งความลับที่เราต้องเก็บรักษากันอย่างดี เพราะถ้าหากมันหลุดไปอยู่ในมือของคนนอกย่อมส่งผลกระทบมากต่อองค์กรเป็นแน่

พาสเวิร์ดก็เป็นเหมือนประตูด่านแรกที่จะช่วยป้องกันการบุกรุกเข้ามาของคนร้าย ฉะนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องสร้างประตูนั้นให้แข็งแรงที่สุด

เคล็ด(ไม่)ลับที่หิวบอกกล่าวต่อ: ถ้าให้ตั้งพาสเวิร์ดยากๆ แตกต่างกันทุก account แล้วกลัวลืม เดี๋ยวนี้มีพวก Password Management เช่น 1Password, LastPass, Sticky Password ใช่ไหมอื่นๆ

ในการช่วยจำที่มีทั้งฟรีและเสียตังค์ วิธีนี้ถึงจะไม่การันตีว่าปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ก็ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นเยอะเลยทีเดียว

ที่มา: http://hitech.sanook.com/1392605

ติดตามข่าวสารไอที คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค แบบใหม่ราคาประหยัด แนะนำวิธีการใช้งานพร้อมกับการแก้ปัญหาได้ที่ : http://thaizones-hitech.blogspot.com/

วันจันทร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

Blackberry Passport สิ่งหิ้วเข้ามาเมืองไทยแล้ว

Blackberry Passport เครื่องนำเข้าเข้ามาเมืองไทยแล้ว


เครื่องหิ้วเข้าไทยแล้วหากใครที่กำลังรอข่าวสารความเคลื่อนไหวของ Blackberry Passport อยู่นั้นวันนี้ทางเหล่างาน มีข่าวคราวของโทรศัพท์มือถือ
รุ่นล่าสุดจากค่าย Blackberry รุ่นใหม่ล่าสุดนี้มาฝากกัน



และดูเหมือนว่าจักมีการเข้ามาเมืองไทยอย่างเป็นทางการของ Blackberry Passport จักลางเลื่อนเต็มที แต่นั้นแล้วก็ไม่ได้หมายความว่าแฟนๆ ของแบล็คเบอร์รี่ในไทยจักได้หมดหวังกับการเป็นเจ้าของและทดลองใช้งานBlackBerryครับ

คุณสมบัติ BlackBerry Passport  อย่างไม่เป็นทางการ

หน้าจอแสดงผลแบบสัมผัส 4.5 นิ้ว IPS LCD ความละเอียด 1440 x 1440 พิกเซล
ชิปเซ็ตของ Qualcomm MSM8974AA Snapdragon 800
ซีพียู Quad-core 2.26 GHz Krait 400
กล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล มีแฟลชแบบ LED, กล้องหน้าความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
ขนาด 128 x 90.3 x 9.3 มิลลิเมตร น้ำหนัก 194 กรัม
แบตเตอรี่ขนาด 3450 mAh (ถอดออกไม่ได้)
รองรับ USB 2.0 กับ 3.0 จนกระทั่งใช้สายเฉพาะของ BlackBerry (ซื้อแยกต่างสมมติว่า)
ความจุตัวเครื่อง 32GB (รองรับ microSD สูงสุด 64GB)
ใช้ Nano SIM
เพราะว่าล่าสุดร้านดังที่มาบุญครองอย่าง A.O.B. Mobile ได้นำ BlackBerry Passport 4G LTEกับได้ให้มูลค่าโทรศัพท์มือถือ
 เครื่องนอกนำเข้ามาวางจำหน่ายแล้วด้วยค่ามือถือที่ 27,000 บาท

ที่มา: http://hitech.sanook.com/1392577

ติดตามข่าวสารเรื่องราวของโทรศัพท์มือถือได้ที่นี่ : http://thaizones-hitech.blogspot.com/

วันพฤหัสบดีที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2557

มูลค่า iPhone 6 พร้อมด้วย iPhone 6 Plus มาแล้ว(ตามนี้เลย)

ในที่สุดก็ได้เห็นค่าของ iPhone 6 และ iPhone 6 Plus อย่างเป็นทางการจากโอเปอเรเตอร์ของแท้แล้ว (ไม่มั่ว, ไม่ใช่เรื่องเดา พร้อมทั้งไม่ใช่การวิเคราะห์) เหตุด้วยราคาที่เราเห็นนั้นเป็นค่าจากค่าย True
src=http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1392371/untitled-2.jpg
ซึ่งสนนราคาของไอโฟนแบบใหม่ทั้ง 2 รุ่นนั้นเริ่มต้นที่ iPhone 6 เครื่องเปล่าขึ้นต้นต้นที่ 25,525 บาท พร้อมกับเครื่องพร้อมแพ็กเกจเริ่มต้นต้นที่ 24,840 บาท ส่วน iPhone 6 Plus เครื่องเปล่าเปิดมู่ลี่ต้นที่ 29,480 บาท ด้วยกันเครื่องพร้อมแพ็กเกจเปิดฝาผนังต้นที่ 28,725 บาท ส่วนของอีก 2 ค่ายนั้นยังไม่มีการประกาศออกมาแต่คาดว่าคงห่างกันไม่เยอะแยะ แม้มีอัพเดทเพิ่มทางคณะงาน Sanook! Hitech จะนำมารายงานเพิ่มเติมครับ
ราคาเครื่องพร้อมแพคเกจ ส่วนสนนราคาเครื่องเปล่าอาจจักคลิกดูได้จากภาพด้านล่างข่าว
ราคา iPhone 6 
  • iPhone 6 ความจุ 16GB มูลค่า 24,840 บาท
  • iPhone 6 ความจุ 64GB ค่า 28,725 บาท
  • iPhone 6 ความจุ 128GB มูลค่า 32,610 บาท
มูลค่า iPhone 6 Plus
  • iPhone 6 Plus ความจุ 16GB มูลค่า 28,725 บาท
  • iPhone 6 Plus ความจุ 64GB ค่า 32,610 บาท
  • iPhone 6 Plus ความจุ 128GB มูลค่า 36,495 บาท
ส่วนตอนนี้นั้นมีรายงานมาว่ายอดจองของ iPhone 6 พร้อมกับ iPhone 6 Plus ในในเวลานี้นั้น iPhone 6 Plus ที่เปิดให้ลงทะเบียนของทรูนั้นเต็มหมดแล้ว ส่วนกำหนดการรับสินค้านั้นเป็นได้รับได้ในวันงานเริ่มสินค้าณ. ชั้น 2 ด้านหน้าลานไอซ์สเก็ต (โซนฟอรั่ม) ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม - 2 พฤศจิกายน 2557 เท่านั้น
เรียกได้ว่าแพงเอาเรื่องเหมือนกันครับ แต่ถ้าใครรักแท้กับมีกำลังเงินพอเชิญจัดกันได้ตามสะดวกเลยครับ
อ่านรีวิวของ >>> Full Review iPhone6 ใหญ่ขึ้น อึดขึ้น ยาวขึ้น กับ บางขึ้น !!
อ่านรีวิวของ >>>  รีวิว iPhone 6 Plus ไอโฟนหน้าจอใหญ่ 5.5 นิ้ว แบบ Retina HD
อัพเดทสนนราคาของ  iPhone 6 และ iPhone 6 Plus จากทางดีแทคและ Apple Store ไทย

Hitech Gallery

วันพฤหัสบดีที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2557

จำนวนรวมจับตัวนำเข้าโทรศัพท์ iPhone 6 เพื่อธุรกิจพุ่ง

กรุงเทพฯ – 15 ตุลาคม 2557 : นายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดพูดว่า ขณะนี้ ยอดจับกุมโทรศัพท์ iPhone 6 (ไอโฟน 6) เพิ่มขึ้นจากเดิม 300 เครื่อง รวมเป็น 400 เครื่องแล้ว แต่ไม่สูงมากจากช่วงเดือนกันยายน เหตุเพราะกรมศุลกากรใช้มาตรการที่เข้มงวดกับผู้ประกอบการพร้อมกับผู้นำเข้าที่มีวัตถุประสงค์ในการนำเข้า ไอโฟน 6 เพื่อประกอบการค้าอย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบกฎหมายศุลกากรโดยละเอียดพบว่า ประชาชนทั่วไปหรือผู้นำเข้าเพื่อประกอบการค้า ทำได้นำโทรศัพท์จากต่างประเทศเข้ามาภายในประเทศได้ เพราะอัตราภาษีนำเข้าของกรมศุลกากรอยู่ที่ 0% แต่โทรศัพท์รุ่นนั้นๆ ต้องได้ รับการอนุญาตจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ กับกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เหรอ กสทช.ก่อน
เพื่อผู้นำเข้าที่มีความประสงค์นำเข้าไอโฟน 6 จากต่างประเทศ 1 เครื่องเพื่อนำมาใช้งาน ก็ควรสำแดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรที่ด่านท่าอากาศยาน เช่น ด่านดอนเมืองพร้อมด้วยสุวรรณภูมิ แล้วเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ก็เก่งนำไปใช้ได้เหมือนกับโทรศัพท์ทั่วไปแม้ผู้นำเข้าไม่เสียแวต กับถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้ก็จะถูกยึดของกลาง กรณีดังกล่าวสมมตผู้นำเข้ายอมเจรจาและเสียภาษีให้ครบถ้วนก็รอบรู้รับไอโฟน 6 กลับคืนไปได้ ที่ข้ามมา จำนวนไอโฟนที่กรมศุลกากรยึดได้กะ 400 เครื่องนั้นได้มีการคืนเจ้าของที่ได้มาขอซื้อคืนพร้อมด้วยเสียภาษีไปแล้ว 300 เครื่องเหลือเลื่องอีก 100 เครื่องถูกยึดเป็นของกลาง
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> http://thaizones-hitech.blogspot.com

วันศุกร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2557

อึ้ง หนุ่มหมดเมธา ข่าวเสนอ“แลกเปลี่ยนบ้าน กับ“ไอโฟน 6” หลังซื้อขายไม่ออก

เมืองล้มละลายคายพิษ! อึ้ง หนุ่มหมดปัญญา ประกาศเสนอแลกบ้าน กับไอโฟน 6 หลังขายไม่ออก (ชมภาพ)
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานคราววันที่ 10 ต.ค.ว่า หนุ่มอเมริกันรายหนึ่ง ต้องจำยอมประกาศแลกบ้านของเขากับโทรศัพท์ยี่ห้อดังไอโฟน 6 ภายหลังประสบปัญหาในการขายบ้านของเขาในช่วงที่ทะลุทะลวงมา ในรัฐมิชิแกนซึ่งเป็นเมืองล้มละลายทางการเงิน
รายงานระบุว่า หนุ่มรายนี้ได้ซื้อบ้านหลังนี้ ครั้นเมื่อปี 2010 ด้วยค่า 25,000 ดอลลาร์ เพื่อหวังเก็งกำไร ทว่า ต้องโชคร้ายตามที่เมืองดีทรอยส์ต้องประสบภาวะล้มละลาย พร้อมทั้งทำให้มูลค่าบ้านตกฮวบ และพื้นที่หลายแห่งกลายเป็นพื้นที่ร้าง กับเจ้าตัวได้แย้มกับนายหน้าว่า เขาเต็มใจที่จะแลกบ้านกับโทรศัพท์ไอโฟน 6 ไม่ก็ไอแพดขนาด 32 กิ๊กกะไบท์ เพื่อหวังจักนำไปขายเป็นเงินอีกทอดหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม บ้านดังกล่าวขณะนี้อยู่ในสภาพทรุดโทรม พร้อมด้วยไม่ทำได้อาศัยอยู่ได้ พร้อมกับเจ้าของใหม่ที่รับข้อเสนอดังกล่าว อาจต้องใช้เงินหลายพันดอลลาร์เพื่อซ่อมแซมบ้านนี้ เช่น ค่าเปลี่ยนกระจก เปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ รวมทั้งค่าตัดต้นไม้ที่รกเต็มหน้าบ้าน

ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> http://thaizones-hitech.blogspot.com

วันจันทร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2557

Full Review iPhone6 ประเสริฐขึ้น อึดขึ้น ยาวขึ้น กับ โปร่งขึ้น !!

Full Review iPhone 6 ใหญ่ขึ้น อึดขึ้น ยาวขึ้น และ บางขึ้น !!
สวัสดีครับ ก็เจอกันเป็นประจำกันเสมอตราบใดมี iPhone รุ่นใหม่หรือไม่ iPad แบบใหม่ออก ซึ่งครั้งนี้ผม Review ช้ากว่ากำหนดเดิมถึง 4 วันเต็มๆ เพราะว่าต้องการที่เปลี่ยนการเขียนแบบใหม่ ด้วยการอยู่กับของในมือให้นานขึ้นกว่าเดิม และ ต้องการจะแก้ไขการ Review เป็นแบบจัดเต็ม
ครั้งนี้เลยทิ้งเวลายาวนานกว่าเดิมเพื่อที่จักนั่งเทสนั่งทดสอบเล่นในทุกสถาวะให้นานกว่าเดิม เลยทิ้งช่วงกันไปยาวๆ มาขณะนี้ผมพร้อมแล้วครับ ที่จักมาเล่าให้ฟังถึงการใช้งานเต็มๆ iPhone 6 จากผมเอง เบียร์ ครับ
เกริ่นกันที่ส่วนแรกกล่อง ซึ่งตัวของกล่องเหตุด้วยใส่ตัวเครื่อง iPhone 6 ในครั้งนี้นั้นมาแปลกกว่าของทุกครั้ง เพราะครั้งนี้กล่องไร้ซึ่งสีสันแตกต่างจากรุ่นก่อนหน้านี้ ซึ่งสบายตากว่ามาก ภายในกล่องก็บรรจุอุปกรณ์พื้นฐานที่ทาง Apple ได้ผลิตติดมาให้ได้แก่สาย USB Lighting, ปลั้ก 3 ขา (ในเมืองไทยเป็นแบบ 2 ขาตัวเล็ก) พร้อมด้วยหูฟัง Apple Ear Pod บรรจุอยู่ในกล่อง มาพร้อมคู่มือและวิธีใช้งานเบื้องต้น 3 ภาษา พร้อมสติกเกอร์ Logo ของ Apple 2 แผ่น ด้วยกัน เข็มเพื่อถาดซิม 
class=photo_img
แรกสัมผัสนั้นแปลกมือกว่าแต่ก่อนอยู่พอสมควร เพราะว่าครั้งนี้มันมาพร้อมกับความบางที่บางกว่าเดิมมากบางมากที่สุดถึง 6.9 มิลลิเมตร พร้อมทั้ง มีน้ำหนักโดยรวมที่ 129 กรัม ก็นับว่าจับๆ ตอนแรกก็เอาหลอนมือไปสักพัก ก็เพราะว่าไม่คุ้นพร้อมด้วยไม่ชินกับน้ำหนักพร้อมกับขนาดใหม่ของมัน ทำเอาจักทำตกหลายครั้งเพราะว่ามันเบามากจนแทบจะไม่รู้สึกว่ายกมันขึนมาจากกระเป๋ากางเกง
ถ้าให้พูดแท้จริงๆ คือความเคยชินจากตอนที่เราหยิบ iPhone 5S ออกมาจากกระเป๋า แล้วลองจับดู ซึ่งมันแปลกจากทุกครั้งใช้เวลาอยู่สักพักกว่าจักชินมือ
class=photo_img
หน้าจอที่้ทำมาใหม่ขนาด 4.7 ซึ่งในตอนแรกที่จับกับใช้งานแน่ๆ ต้องแจ้งเลยว่าถ้าคนที่คุ้นตากับชินตา่จาก Apple มาก่อนทุกรุ่นจะมีความรู้สึกว่า หน้าจอมันแค่ยาวขึ้น ไม่ได้ขยายออกข้างๆ ให้มันกว้างขึ้นสักเท่าไรนัก อาจจักผมใช้หลายรุ่นมากก็ได้เลยทำให้รู้สึกว่ามันจอกว้างไม่เท่ากับ Galaxy S5
แต่โดยรวมมันเป็นแค่ความรู้สึก เพราะว่าต่างว่าใช้งานใน App แล้วจักเห็นข้อแตกต่างจากรุ่นเดิมที่ชัดเจนมากๆ ว่ามันกว้างขึ้น พร้อมทั้ง ใช้งานสะดวกสบายตายิ่งๆครับ
class=photo_img
ปุ่ม Sleep ถูกยักมาอยู่ด้านข้างขวาของตัวเครื่องแทน อยู่บริเวณด้านบน ซึ่งเป็นที่จับถนัดมือกดถนัดนิ้วมากกว่ารุ่นก่อนมากที่อยู่ข้างบน กับจุดที่อยู่ตรงนี้เวลาเราใช้นิ้วชี้มือซ้ายกดเอาถนัดมือด้วยกันนิ้วมาก
ถ้าคนถนัดมือขวา ก็จักเป็นนิ้วโป้งขวาแทน ก็แล้วแต่ความถนัดครับ ส่วนตรงนี้ผมถนันทั้งสองนิ้วโดยรวมถือว่าสบายนิ้วดี พร้อมด้วย ถาดเหตุด้วยใส่ซิมอยู่ด้านขวาเหมือนเดิมตำแหน่งเดิม โดยที่เครื่องใช้งานแบบ Nano-Sim ครับ
class=photo_img
ด้านซ้ายมือของเครื่องจักเป็นปุ่มลดพร้อมทั้งเพิ่มเสียง รวมทั้งสวิตซ์ด้วยว่าตั้งค่าสั่นเครื่องอย่างเดียวด้วยว่าการปิดเสียง ซึ่งโดยรวมหวังที่แจ้งไปตอนแรกว่าเครื่องนั้นมีความบางที่บางมากกว่าเดิมอยู่พอสมควร ทำให้สวิตซ์ต่างๆจากที่เคยทำออกมาแบบกลมๆ เลยทำเป็นแบบยาวแทน
แต่เวลากดนั้นไม่ต้องออกแรงอะไรมากพร้อมทั้งถนัดนิ้วกว่าเดิมด้วยตรงที่มันยาวนั้นเองครับ แต่มีปัญหาเล็กน้อยตรงที่สวิตซ์สับสั่นนี้แหละ ที่มันมีขนาดเล็กมากพร้อมทั้งดันไปโค้งมนกับตัวเครื่องด้วยทำให้เวลาสับสั่นบางที จักต้องเอาเล็บไปจิกเพื่อสับสันครับ 
class=photo_img
ที่ด้านบนของตัวเครื่องนั้นดูโล่งๆ ไม่มีอะไรเพราะปุ่ม Sleep นั้นถูกอพยพไปด้านขวาของเครื่องแล้วนั้นเองครับ ทำให้ส่วนด้านบนของตัวเครื่องนั้นโล่งไม่มีอะไรเลย 
class=photo_img
ที่ด้านล่างของตัวเครื่องนั้นมีการแยกส่วนต่างๆออกจากกันไม่ได้ทำเหมือนกันแบบขณะก่อนแล้ว เพราะว่าที่ลำโพงจักเป็นรูๆ ทั้งหมด 6 ช่อง พร้อมด้วยช่องสำหรับเสียบชาร์ตด้วยสาย usb lighting พร้อมทั้งช่องไมโครโฟนอยู่ติดกับช่องเพราะด้วยเสียบหูฟังขนาด 3.5 ครับ 
class=photo_img
ส่วนด้านหลังของตัวเครื่อง iPhone6 Plus นั้นด้วยหลายๆ คนมองว่าขัดหูขัดตาที่สุดอีก 1 สิ่งก็คือเลนซ์ของกล้องหลังนั้นนู่นออกมาจากตัวเครื่องถึง 0.9 มิลลิเมตร
ถ้าถ้าหากให้พูดตรงๆ ก็คือถ้าวางเครื่องแบบที่ไม่ใส่เคสลงไปกับพื้นส่วนแรกที่จักโดนพื้นก็คือกล้องครับ แต่เกี่ยวกับผมมองๆว่า มันไม่ได้เป็นปัญญาเลยครับ
class=photo_img
มาถึงส่วนที่เรียกได้ว่าขัดใจอีกหนึ่งส่วนที่ผมพูดตรงๆ ว่าผมไม่ได้ชอบตรงการออกแบบฝาหลังเลยครับ จากตอนแรกที่iPhone 5S สีทองนั้นเป็นสีที่โดยรวมผมชอบที่สุด ก็เพราะว่ามันลงตัวมากไม่ว่าเรื่องของสีพร้อมทั้งชิ้นส่วนต่างๆ
มาถึง iPhone 6 ผมมาดูฝาหลังที่ตัดกับเซ็นเซอร์ต่างๆ แล้วทูลตรงๆ ตอนแรกทำใจว่า ถ้าเอาสีขาวมันไม่น่าจักตัดสีกับเส้นของเซ็นเซอร์มาก แต่พอเข้าแท้จริงๆ ไปดูของนัก แทบไม่ได้แตกต่างอะไรจากสีทองเลย ผมเลยตัดสินใจเอาสีนี้เพราะว่าใช้เองอยู่แล้ว
เพราะรวมถือว่าจัดเต็มมากเรื่องฝาหลัง เพราะว่าทำออกมาสีไหนก็เอาสีนั้นไปเลยทั้งแผ่นครับ 
class=photo_img
ถามถึงเพราะรวมจากการใช้งานครั้งแรกในมือกับตอนแรกที่ใช้ก็รู้สึกแปลกๆ อาจจักเพราะว่าไม่คุ้มมือในร่างที่มันขยายใหญ่ขึ้น (ยิ่ง iPhone6 Plus เดียวรออ่านนะ) แต่พอใช้มาได้สักวันเริ่มต้นคุ้นๆ มือแล้วด้วยกันลองเล่น App ต่างๆดูบาง เดียวมาดูช่วงๆต่อจากนั้นครับ มันแตกต่างยังไงกับ iPhone5S บาง ณ ปัจจุบันนี้ผมบรรยายได้เท่านี้ครับ
 ข้อมูลเฉพาะ iPhone6 ครับ
ขนาด กว้าง x ยาว x สูง : 138.1 x 67.0 x 6.9 น้ำหนัก 129 กรัม
 หน้าจอแบบ Retina HD ขนาด 4.7 แบบ LED-backlit widescreen Muti-Touch display with IPS technology ความละเอียดที่ 1334 x 750 326 PPI 
 ฃใช้ CPU หลักเป็น Apple A8 ความเร็ว 1.4 Duel Core มาตรฐาน 64 Bit กับ ใช้GPU เป็นแบบ M8 ที่มีความเร็วด้วยกันการประมวลผลที่เร็วกว่ารุ่นก่อนถึง 2 เท่า
 
ตัวกล้องมีความละเอียดที่ 8MP ใช้ระบบการจัดภาพ iSight camera with 1.5µ pixels มี Auto Focus ใช้ Hybrid IR filter มาพร้อม Backside illumination sensor ตัวเลนซ์กล้องมี Sapphire crystal lens cover ป้องกันการเป็นลอยจากการขีดขูด พร้อมทูโทรนแฟลต
 บันทึก VDO ความละเอียด 1080P พร้อมทูโทรนแฟลต กับใช้ฟังชั่น Slo-mo แบบใหม่ที่ 120FPS พร้อมกับ 240 FPS มีฟังชั่น Time lapse กับใช้งานการซูม VDO ได้ 3 เท่า
 
 กล้องหน้า 1.2MP ที่ความระเอียดสูงสุด 1280x960 บันทึก VDO กล้องหน้าความละเอียด 720P มี Auto HDR ในการปรับแสง พร้อมด้วย รับแสงทั้งหมดประมวลผลด้วย GPU M8 พร้อม Facetime HD 
 
 ข้อมูลเพราะว่ารวมของตัวเครื่องทั้งหมดภายนอก
ข้อมูลการใช้งานและใช้งานแบตในเครื่องทั้งหมด
 
 ข้อมูล Sensor ทั้งหมดในเครื่องที่ iPhone6 เชี่ยวชาญทำได้
 
ระเบียน App ทั้งหมดที่มากับเครื่องในตอนแรกตั้งแต่แกะกล่อง(iOS 8)
บท Review เข้าสู้หน้าจอเครื่องครั้งแรก

class=photo_img
ตราบใดทำการ Activion แล้ว iPhone6 จะสอบถามการตั้งค่าหน้าจอครั้งแรก ซึ่งไม่เหมือนรุ่นเก่าๆก่อนหน้า
จักมีให้ตั้งค่าหน้าจอแบบ Standard พร้อมด้วย Zoom ซึ่งใครคุ้นเคยกับแบบเดิมๆของ iPhone รุ่นก่อนๆก็เเลื่องกแบบ Zoom ครับแต่ผมมาจุดๆ นี้แล้วหิวลองของใหม่เลยจัดแบบ Standard ไปเลย ซึ่งแบบ Standard จะมีการหดของ icon ลงไป พร้อมกับ แบบ Zoom จักมี icon ที่ขยายใหญ่ขึ้นจนเกือบเต็มเนื้อที่เหละบือของหน้าจอ
แน่นอนว่าเเอิกเกริกกแบบไหนจะมีพรีวิวให้เราได้ดูก่อน ซึ่งความแตกต่างจะต่างกันก็ตรงนี้แหละครับ ถ้าใครเละบือกแบบ Standard มันจะเป็นจอที่โดนย่อลงไปให้เล็กลง แต่ถ้าหากเฟุ้งเฟื่องก Zoom ทุกอย่างในจอจักดูใหญ่ขึ้นพร้อมทั้งอ่านสบายตา อยู่ที่สายตาของแต่ละคน
 พร้อมทั้งสมมตมองดูดีๆ ทั้งแบบ Standard และ Zoom จะแตกต่างกันแค่เรื่องของขนาด icon และ ตัวขนาดของตัวหนังสื่อกับอักษรในหน้าจอ ซึ่งทั้งหมดเราทำเป็นไปปรับกับขยายได้ใน Setting ครับ
เข้าหน้าจอครั้งแรกแบบเต็มๆ ตา เต็มๆ ใจทั้งสองแบบ แบบ Standard รูปซ้าย พร้อมด้วย Zoom รูปขวา ทั้งหมดอยู่ที่ความชอบของแต่ละคนครับว่าชอบแบบไหน ส่วนตัวผมมองแบบ Standard ผมชอบมากกว่าก็เพราะว่าว่ามันกว้างด้วยกันแสดงเนื่้อหาในส่วนของ Email พร้อมทั้งส่วนอื่นๆของตัวอักษรทำได้แสดงได้อื้อมากกว่าในหนึ่งหน้า พร้อมทั้ง ดูสวยกว่าครับ(ความรู้สึกส่วนตัว)
บทใช้งานจริงๆกับ App ต่างๆบน iPhone6
อันดับแรกผมเทสจาก App ที่เป็นพวก Social ด้วยกันพวกที่จะต้องใช้การพิมพ์หลักๆเป็นต้นพวก Wechat, Line, Whatsapp เป็นต้น แน่นอนว่า Line ยังคงมีปัญหาไม่ก็บัคของคีย์บอร์ทอยู่การใช้งานไม่มีปัญหานะครับ ยังคงพิมได้ดีปกติ
ถ้าความรู้สึกการพิมต่างๆ ผมแจ้งว่าถ้าเโจษจันกแบบ Standard มัมพิมไม่แตกต่างจากขนาดเดิมใช่ไหม Zoom เท่าไรเลยครับ เพราะหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นมาตรฐานความกว้างของปุ่ม และการพิมไม่ได้แตกต่างใช่ไหมลดลงไป ผมกลับพิมเร็วขึ้นกว่าเดิมได้ง่ายเสียด้วยซ้ำครับ
พร้อมกับนี้ก็เป็นตัวอย่างของบัคที่ผมแสดงบาง App ของพวกที่เราใช้แชท ซึ่งผมเจอกับ LINE ใน iOS8 ครับ
ที่นี้เรามาลองเล่นเกมที่กิน GPU พร้อมกับ CPU ในเครื่องกันหนักๆบางเพื่อวัดใจประสิทธิภาพของการทำงานทั้งหมดของระบบ ผมเลยหยิบ Modern Combat 5 ภาคล่าสุดออกมาทำการต่อสู้
ซึ่งทั้งหมดก็ตามที่แสดงออกตามภาพครับ ไม่ได้มีอะไรแตกต่างจากการแสดงผลของ iPhone5S ที่ใช้ GPU M7 มากนัก ยกเว้นพวกแสงสีพร้อมทั้งประกายต่างๆในเกม ยังคงมีบางส่วนที่มีบัคเช่นฝาต่างๆที่ยังไม่รอบรับการทำงานของ GPU M8 ของ iPhone6 อาจจะทำให้กำแพงเบลอ พร้อมทั้งมองไม่เห็นในบางจุดครับ ส่วนการเล่นนั้นลื่นไหล สบายตาพร้อมทั้งสบายนิ้วมากครับ สนุกมากยิ่งๆ จอใหญ่ขึ้นด้วย
คราวนี้มาลองเกมที่ใช้งาน CPU พร้อมกับ GPU ไม่โขดูบางว่าการเล่นนั้นจักเป้นยังไง ผมเลยเเลื่องลือกเอา Cookie Run เกมที่ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนในการประมวลผล เหรอ แสดงผลของเกม ก็เพราะว่าแค่กดกระโดดด้วยกันหมอบเท่านั้นแหละ จากการลองเชิง ก็ไม่ได้มีอะไรที่แตกต่างกับ iPhone5S เลยทั้งภาพด้วยกันเสียงทั้งหมดแสดงผลได้เหมือนกัน ต่างกันตรงที่ iPhone6 นั้นจอใหญ่กว่าการมองก็ย่อมสบายตากว่า พร้อมด้วย การบังคับ กับการกดต่างๆก็ต้องง่ายกว่าเช่นกันครับ ดังนั้นไม่มีอะไรแปลกไปจากจุดเดิม
เรื่องของกล้อง iPhone6
อย่างที่ย้ำกล้อง iPhone6 นั้นเป็นได้ที่จะถ่ายอะไรได้คมชัดมากกว่า iPhone5S มากกว่าเดิมพอสมควร นั้นหมายถึงเราอาจจักที่จัด Fucus ได้ใหม่พร้อมด้วยยังคงเก้บรายละเอียดส่วนต่างๆของภาพได้คมชัด ทั้งแสง และ เงา ตามที่แสงบริเวณตรงที่เราถ่ายภาพเราอยู่ตรงที่นัก มีการปรับแสงและรับแสงได้ดีกว่าเดิมที่น่าสนใจครับ
แต่ก็ยังคงมีปัญหาเรื่องของการจับ Macro ระยะใกล้ๆของตัวเลนซ์กับตัววัตถุที่เราต้องการจะถ่ายมันก็ยังคงจับระยะใกล้ๆ ไม่ได้ เพราะจับใกล้มันก็จับไม่ติด ตามภาพที่ผมเอามาลง หากไปเทียบกับ S5 พร้อมทั้ง LG G3 ไม่ใช่หรือ ตัวโหดอย่าง Z3 ผมสนทนาตรงๆเลยว่า ตายครับ อันนี้ไม่ได้ประเมิณว่ามันต่ำนะครับ แต่จะสรุปให้ฟังตอนท้ายๆ
 
ทีนี้มาลองตอนกลางคืนดูครับ ภาพที่ได้จากการเปิด Mode HDR ไม่เปิด Flash เพราะรวมถือว่ายังดูดีกว่า iPhone5S อยู่ในระดับหนึ่งไม่ว่าจักเป็นการจับภาพพร้อมทั้งการรับแสงต่างๆ
พอกลาง คืนเหมือนกันที่เดิม ก็ทำการเปิด Flash เพื่อทำการทดลอง Mode การเปิด Flash ก็พบว่าภาพมีความสว่างที่ดูดีกว่า iPhone5S อยู่ในระดับที่พอใจครับ ไม่ได้สว่างเจิดจรัทเกินไปครับ
พอ มาลองในที่ๆไม่มีแสดงไฟ อาศัยการเปิดแฟชรอย่างเดียว ก็อย่างที่บอกเล่าครับFalshนั้นถูกทำออกมาดูดีกว่ารุ่น iPhone5S มากครับ ไม่สว่างเกินไป พร้อมด้วยการผสมสีของFalshแบบคู่นั้นทำออกมาได้ดูดีกว่ารุ่นก่อนมากครับทำให้ออกมา ดูดีตามแบบในภาพ (อาจจะมืดไปนิดนะครับ)
ถัดจากนั้นก็ VDO ครับ
ต่อจากนั้นนี้คือไฟล์ VDO 2 อัน อันแรกเป็นไฟล์แบบ 1080P เต็มที่ถ่ายจากกล้อง iPhone6 เพราะว่าไม่ลอด App อะไร
http://www.youtube.com/watch?v=Te20uX6PkjQ (เเอิกเกริกก 1080P ด้วยนะครับ)
ถัดคือไฟล์ VDO อันที่ 2 ครับถ่ายนอกสถานที่ด้วยกล้อง iPhone6 ครับเพราะว่าไม่ลอด App อะไร (เป็น Mode Slo-mo)
http://www.youtube.com/watch?v=UdJKAx02hE4 (เเล่าลือก 720P ด้วยนะครับ)
ส่วนในตรงส่วนนี้ผมอธิบายจากการใช้งานนะครับ คลิปแรก ผมเล่นเกมบนห้างที่เมเจอร์รัชโยธินช่วงเวลา 18.00 น. ซึ่งสถานที่นั้นมืดกับไม่มีไฟส่องสว่างเท่าไร แต่การจัดภาพนั้นทำได้ดีปกติ ด้วยกันลื่นไหลมาก รวมทั้งความคมชัด พร้อมทั้ง การจับภาพในส่วนต่างๆภายในหน้าจอ ทำออกมาได้รายละเอียดครบ และดูรู้เรื่องจนดูสบายตาไปเลย ส่วนไฟล์ที่สอง ผมออกมาถ่ายบนทางด่วนช่วงเวลา 14.00 น. แดดมีฝนไม่ตก ถ่ายออกมาด้วย Mode Slo-Mo ทำออกมาได้ดีมากจับรายละเอียดทั้งหมดบนถนนได้ครบถ้วนโดยสังเกตุจากล้อแม็กซ์ และ รายละเอียดภาพบนถนน ด้วยการกดหยุด VDO ดูสิ่งที่กล้องจับติด
ภาพประกอบข่าว
สรุปเลยแล้วกัน
คือ ....... เพราะว่ารวมคะแนนเต็ม 10 ผมให้ด้วยว่า iPhone6 ทั้งหมด 8.9 คะแนนครับสาเหตุหลักๆ ที่ผมให้แค่เท่านี้นั้นถ้าไม่ติดบัค iOS8 ที่มีผลต่อ App บางตัวหรือไม่ปัญหาการใช้งานอย่างก็เอาไป 9 คะแนนได้ครับ แต่อย่างที่อื้นว่ามันยังคงมีปัญหาต่างๆ เช่นแถบ NC นั้นค้างเวลามีการแจ้งเตือนเราไม่ทำได้ที่จะลากมันลงมาได้เพื่อดูรายละเอียดในกรณีที่เราดูไม่ทัน 
หรือไม่บัคจากคีย์บอร์ทที่เวลาเราสลับจอไม่ก็เอียงจอคีย์บอร์ทนั้นจะหายไป ซึ่งทั้งหมดตรงนี้เป็นปัญหามาจากที่ iOS8 ไม่ใช่ตัวเครื่อง ถ้าแม้ถามผมเรื่องหลักๆ เช่น
  • วัสดุ : ผมพอใจมากกับวัสดุที่ใช้การประกอบ พร้อมกับ หน้าจอที่มีความใหญ่ขึ้น และ การแสดงผลที่ชัดเจน ตรงส่วนตรงนี้ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจมาก พร้อมด้วย พอใจมากกับการใช้งานแน่แท้ๆ ถ้าสมมตไม่มีปัญหาทั้งหมดจากบัคของ iOS8 ผมคิดว่ามันเป็นอะไรที่เพอร์เฟคมากนะครับ ลองคิดดูเราหวังว่าจะได้ใช้ iPhone จอใหญ่มาตลอด มาถึงเวลานี้ฝันที่เป็นแน่นอนมาถึงแล้วครับ แม้ว่าจะมีข่าวต่างๆที่ออกมาพูดกันว่า เครื่องนั้นบอบบางมาก เช่นจับมาหักมางอ มันก็พังแล้ว ถามเป็นแน่แท้ๆ เครื่องมันอยู่ดีๆคุณไม่ได้ทำตก หรือไม่ไปดัดมัน มันจะพังมั้ยละครับ
  • กล้อง : เรื่องกล้องผมค่อนข้างจะซีเรียสพอสมควรเพราะว่าผมไม่ชอบที่จะต้องพกอะไรหลายๆ อย่างออกจากบ้านและยัดใส่กระเป๋า ดังนั้นสมมติว่าผมขับมอไซค์ แว๊นซ์ไปเทียวไหนแน่นอน ขอแค่มีกล้องดีๆใช้งานก็พอแล้ว กล้อง iPhone6 เพราะด้วยผมทำออกมาได้ดีมากครับ จนระดับที่พอใจ ด้วยกัน คุ้มค่ากับเงินที่เสียไป ทั้งถ่ายภาพปกติด้วยกันถ่ายVDO ครับ
  • แบตเตอรี่: ถามว่าแบตเตอรี่ 1840mAh เนี้ยนะพอใช้งานสำหรับการทำงานในหนึ่งวันมั้ย กราบเรียนตามตรง ในตอนที่ผมใช้ iPhone5S แค่ยังไม่ทันจักผ่านไปครึ่งวันแบตหมดจาก 100% เหโจษแค่ 20% เศษๆ อันนี้จากการเปิด 3G ใช้งานทั้งวันนะครับ พอมาใช้เจ้า iPhone6 มา 4-5 วันจากการใช้งานตัดผ่าน 3G ทั้งวันแสดงตรงๆอึดกว่า 5S อยู่ในระดับที่พอสมควร พร้อมด้วยรับได้ นั้นคือใช้งานตั้งแต่เช้า 09.00 - 14.00 น. ก็ใช้งานมาตลอดฟังเพลงบาง เล่นเกมบาง ด้วยกัน เล่นFacebook บาง แบตเตอรี่ มันก็ยังเหเลื่องลือ 35-40% ของในวันนั้นๆ ถามว่าส่วนตัวผมพอดีมั้ย ผมเล่าเลยพอดีมากครับ ปลื้มมากกับแบตเตอรี่ใหม่แม้ว่าจะเพิ่มมาแค่นิดเดียวก็เถอะนะ
ยังมีอีกปัญหาที่ผมลืมเล่าไปสนิทเลย นั้นก็คือเครื่องนั้นหากมีการใช้งาน GPU หนักๆ ของ APP โหดๆ ทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นเกม Full 3D หรืออะไรก็ต่างที่มีการประมวลผลหนักๆ เครื่องนั้นจักร้อนเพราะจับได้แล้วรู้สึก ทันทีครับ ยิ่งแม้เปิด 3G แทนการใช้งาน WIFI พร้อมทั้งเล่นเกมพวก 3D หนักๆ ยิ่งไม่ต้องห่วงครับ ร้อนชนิดที่ว่าจับแล้วรู้เลยว่ามันร้อนครับ
ทั้งหมดเป็นเหมือนการวิจารณ์ กับ ตรวจสอบใช้งานจากผมจริงๆนะครับ ไม่ได้หมายความว่าคุณจักต้องเชื่อทั้งหมดที่ผมพิมา แค่แต่ว่าคุณมีโอกาศได้ลองเล่นแล้ว ลองเปรียบเทียบความรู้สึกดู มันเป็นอะไรที่จักชี้แจงว่าแปลกใหม่ก็ได้ด้วย Apple ก็เพราะว่าหน้าจอใหญ่ครั้งแรก ความรู้สึกมันไม่เหมือนเล่น Android หน้าจอ 4.7 นะ มันคนละฟิวเลยบ่งตรงๆว่าประทับใจมากครับ ใครมีคำถามตรงไหนคอมเม้นสอบถามได้ครับ เดียวมาตอบให้ครับ
ที่มา: http://thaizones-hitech.blogspot.com/2014/10/full-review-iphone6.html

ติดตามอ่านข่าวสารไอทีอื่นๆ ได้ที่ >> thaizones-hitech.blogspot.com