วันพุธที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2557

iOS 8 ไขให้ดาวน์โหลดแล้ววันนี้ พร้อมวิธี backup ข่าวสารที่แล้วทำการอัพเดท

 เปิดให้ดาวน์โหลดแล้ววันนี้ พร้อมวิธี backup ข้อมูลก่อนทำการอัพเดท
สิ้นสุดการรอคอยเสียที เพื่อสาวก iOS เพราะว่า iOS 8 จะเปิดให้ผู้ใช้ทั่วไป ได้ดาวน์โหลดพร้อมกันทั่วโลกแล้ววันนี้ครับ เพราะอุปกรณ์ที่รองรับ iOS 8 ได้แก่
- iPhone 4S
- iPhone 5
- iPhone 5c
- iPhone 5s
- iPod touch (5th gen)
- iPad 2
- iPad with Retina display (iPad 3/4)
- iPad Air
- iPad mini
- iPad mini with Retina display (iPad mini 2)
พร้อมกับก่อนที่จักทำการอัพเดท วันนี้ คณะงาน techmoblog จะมาแนะนำ วิธีการ backup ข้อมูล เพื่อป้องกันข้อมูลสูญหายหลังอัพเดทแล้วนั่นเอง ซึ่งปกติแล้ว การอัพเดท OS ข้อมูลที่อยู่ในตัวเครื่อง จะไม่หายครับ แต่ในบางครั้งถ้าสมมุติอัพเดทแล้ว เกิดโชคร้าย มี error ขึ้นมา ข้อมูลทั้งหมดในตัวเครื่อง อาจจะสูญหายได้นั่นเอง เพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน เราควรทำการ backup ข้อมูลทุกครั้ง ก่อนทำการอัพเดทนะครับ
เพราะว่าการ back up ข้อมูล ทำได้ทั้งหมด 2 วิธีด้วยกัน นั่นก็คือ ผ่านทาง iCloud ด้วยกัน iTunes ทำเป็นเลือกใช้ได้ตามสะดวกครับ
วิธีการ backup ข้อมูลพ้น iCloud
วิธีการนี้ สะดวกครับ เพียงแค่เข้าไปที่ Settings > iCloud > Storage & Backup > iCloud Backup เเล่าลือกเปิดใช้งานครับ จากนั้น ให้คลิก Backup Now แล้วรอจนกว่าตัวเครื่องจักทำการ backup เสร็จ แค่นี้ก็เรียบร้อยครับ
อย่างไรก็ดี วิธีการ Backup ด้วย iCloud เหมาะเหตุด้วยผู้ที่มีข้อมูลในตัวเครื่องไม่โข ดังที่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับ Wi-Fi นั่นเอง อีกอย่างก็คือ พื้นที่ฟรีบน iCloud มีจำกัดแค่ 5 GB ฉะนั้น ผู้ใช้ที่มีข้อมูลมากกว่านี้ ไม่เหมาะที่จะใช้วิธีนี้ครับ
วิธีการ backup ข้อมูลลอด iTunes
วิธีการนี้ ก็สามารถทำได้ง่ายอีกเช่นกันครับ ด้วยการเชื่อมต่อ iPhone หรือไม่ iPad เข้ากับคอมพิวเตอร์ เปิด iTunes ขึ้นมา แล้วเเลื่องลือก Back Up Now จากนั้นก็รอจนกว่าจะ Backup เสร็จ ก็เรียบร้อยครับ
iOS 8 มีอะไรใหม่
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201406/images_14017362661.jpg
เหตุด้วยแอพพลิเคชั่นหลักๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลง พร้อมทั้งเพิ่มเติมเข้ามา บน iOS 8 ได้แก่ Photos, Messages, Design, QuickType, Family Sharing, iCloud Drive, Health, Continuity, Spotlight, Developer พร้อมกับ Enterprise มาดูกันครับว่า แต่ละส่วน มีจุดเด่นด้านการใช้งานอย่างไร
Photos
เพราะว่า Photos ไม่ก็แหล่งรวมภาพถ่าย ภาพทุกภาพที่ถูกถ่าย ไม่ว่าเราจักถ่ายภาพด้วย iPhone ไม่ก็ iPad จะถูกบันทึกบนทุกอุปกรณ์ที่เรามี ลอดทาง iCloud Photo Library นั่นเอง นอกจากนี้ ยังอาจค้นหาภาพที่ต้องการได้อีกด้วย
นอกจากนี้ Photos ยังมีเครื่องมือการแก้ไขภาพถ่ายแบบใหม่ ต่อให้ภาพที่ถ่ายออกมาไม่สวย แสงมืด ไม่ใช่หรือตำแหน่งของภาพไม่ถูกใจ ทำเป็นนำมาปรับแต่งได้ใหม่ตามต้องการ นอกจากนี้ ยังเพิ่มระบบการปรับความสว่าง ด้วยกัน contrast แบบที่ไม่ต้องพึ่งแอพฯ แต่งภาพอื่นๆ อีกเลย รวมไปถึงการใส่ฟิลเตอร์ ก็มีให้เเลื่องลือกมากมายกว่าเดิมครับ
Messages
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201406/images_14017372671.jpg
Messages หรือไม่ระบบ iMessage แบบเดิมๆ นั่นเองครับ เพราะว่าได้มีการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ เก่งอัดเสียงแล้วส่งเป็นคลิปเสียงได้แล้ว ส่วนผู้รับ ถ้าต้องการฟังเสียง ก็เก่งยก iPhone ขึ้นฟังได้เลย ซึ่งนอกจากคลิปเสียง Messages ยังสามารถส่งคลิปวีดีโอได้อีกด้วย เรียกได้ว่า เปลี่ยนจากการส่งข้อความแบบธรรมดาๆ ให้มีความหลากหลายมากกว่าเดิม
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201406/images_14017374361.jpg
นอกจากนี้ Messages ยังรอบรู้คุยแบบเป็นกลุ่มได้ด้วยเช่นกัน อาจเพิ่มเพื่อน หรือว่าลบเพื่อนที่ไม่ต้องการออกจากกรุ๊ป นอกจากนี้ ยังสมรรถตั้งไม่ให้แจ้งเตือนตลอดเวลาได้ ด้วยการเปิดฟังก์ชัน Do Not Disturb พร้อมทั้งศักยเข้ามาอ่านตราบใดมีเวลาครับ
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201406/images_14017375341.jpg
ปิดท้ายด้วยการแชร์ Location แทนที่จะพิมพ์ว่าอยู่ที่ไหน กดแชร์ Location ให้เพื่อนได้รับรู้กันไปเลย เรียกได้ว่า ฟีเจอร์นี้ เปิดฝาทัดเทียมคู่แข่งอย่าง LINE บ้างแล้ว
Design
ความน่าสนใจของ iOS 8 นั้น ก็คือเรื่องของการออกแบบอินเทอร์เฟส นั่นเองครับ แม้ว่าอินเทอร์เฟสของ iOS 8 นั้น จักเป็นการเปลี่ยนแปลงแบบ minor change แต่ก็ถือว่า สะดวกต่อการใช้งานมากกว่าเดิม มีอะไรบ้าง มาดูกันดีกว่า
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201406/images_14017379811.jpg
อย่างแรกก็คือ เรื่องของการแจ้งเตือน หรือ Notification ครับ ปกติแล้ว เวลามีข้อความแจ้งเตือนเข้ามา ผู้ใช้อาจจักคลิกแล้วเข้าสู่แอพฯ นั้นได้ทันที แต่บน iOS 8 เราสามารถตอบกลับจากหน้าจอเด้งนั้นได้เลย ยกตัวอย่างเช่น เพื่อนทัก Messages มา แค่ลากลงเพื่อเปิดกล่องข้อความ พิมพ์ แล้วส่ง เพราะว่าที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องเข้าตัวแอพฯ เลยนั่นเอง นอกจากข้อความธรรมดาๆ แล้ว การแจ้งเตือนปฏิทินนัดหมาย, อีเมล รวมไปถึง Facebook ก็เก่งตอบได้เลยทันที รวดเร็วทันใจครับ
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201406/images_14017382861.jpg
ปกติแล้ว การกดปุ่ม Home 2 ครั้ง จะเป็นการเข้าสู่เมนู Multitasking แต่บน iOS 8 นี้ Multitasking ไม่ได้อยู่โดดเดี่ยวอีกต่อไปครับ ก็เพราะว่าได้มีการเพิ่ม รายการผู้ติดต่อ ทั้งแบบ Favourite ด้วยกันผู้ติดต่อล่าสุด เพิ่มเข้ามา ซึ่งรอบรู้กดโทร, ส่งข้อความ ใช่ไหมเกริ่นใช้ FaceTime ได้เลยจากที่นี่
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201406/images_14017384801.jpg
ในส่วนของอีเมล ได้มีการเพิ่มลูกเล่นเข้ามาใหม่ ปัดไปด้านขวา เหตุด้วยตั้งเป็น ข้อความที่อ่านแล้ว (Mark as Read) หรือว่าการปัดไปทางซ้าย ได้เพิ่มส่วนของ Flag หรือว่าการปักธงอีเมลที่สำคัญๆ (บน iOS 7 มีแค่ปุ่ม More กับ Trash)
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201406/images_14017385691.jpg
Safari บน iPad เปลี่ยนแปลงใหม่ครับ เพิ่ม Tab view พร้อมด้วย Sidebar แบบใหม่ ที่ผู้ใช้สามารถทำการ bookmarks, เพิ่ม Reading List พร้อมด้วยแชร์ลิงก์ได้ง่ายๆ สะดวกกว่าเดิม
QuickType
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201406/images_14017390411.jpg
การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของ คีย์บอร์ด บน iOS 8 ครับ เพราะทุกๆ ครั้งที่พิมพ์ จะมีการเดา คำศัพท์ เหรอประโยคถัดไป ให้เร่ำลือกใช้ โดยที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องพิมพ์ทุกคำให้เสียเวลา นอกจากนี้ iOS 8 ยังฉลาดขึ้น ด้วยการคาดเดาได้ว่า เรากำลังสื่อสารเรื่องอะไรอยู่ ยกตัวอย่างเช่น เพื่อนพิมพ์ Messages ถามมาว่า Do you want to go for dinner or a movie? เราไม่จำเป็นต้องพิมพ์ Dinner เหรอ Movie ครับ ด้านล่าง จักมีคำขึ้นมาให้เร่ำลือกได้เลย
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201406/images_14017391021.jpg
กับที่สำคัญ ฟีเจอร์เดาคำ นี้ รองรับภาษาไทยด้วย แบบนี้ต้องลองเล่นดูนะครับว่า รองรับภาษาไทยได้สมบูรณ์หรือไม่ไม่
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201406/images_14017392221.jpg
ส่วนใครที่เบื่อคีย์บอร์ด Apple แบบเดิมๆ ระยะนี้ iOS 8 เปิดรับคีย์บอร์ดของนักพัฒนาแล้ว เรียกได้ว่า ชอบใช้คีย์บอร์ดแบบไหน ก็เเล่าลือกได้ตามใจครับ
Family Sharing
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201406/images_14017402051.jpg
คราวหลายเดือนที่ทะลวงมา หลายๆ ท่านคงเคยได้ยินข่าว ผู้ปกครองฟ้องร้อง แอปเปิล ให้ทำการคืนเงินจากการซื้อแอพฯ เหตุเพราะบุตรหลานของตนเอง เผลอไปกดซื้อแบบไม่ตั้งใจ พร้อมทั้งไม่ได้รับการยินยอมจากผู้ปกครอง ทำให้ iOS 8 ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ที่มีชื่อว่า Family Sharing ที่เชี่ยวชาญแอด บุคคลในครอบครัวได้สูงสุด 6 คนด้วยกัน ข้อดีก็คือ ทุกๆ ครั้งที่มีการซื้อแอพฯ บน App Store จะมีการแจ้งเตือนไปยัง ผู้ปกครอง ก่อน ทำให้หมดปัญหาเรื่อง บุตรหลานเผลอไปกดซื้อแอพฯ ได้อย่างตรงจุด นอกจากนี้ ยังศักยแชร์รูป, ตารางนัดหมายต่างๆ รวมไปถึง แชร์ Location ได้อีกด้วย
iCloud Drive
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201406/images_14017404351.jpg
iCloud Drive หรือไม่ก็ Dropbox เวอร์ชัน iOS 8 ได้รับการปรับปรุงใหม่ จากเดิมที่รองรับเฉพาะไฟล์เอกสาร ตอนนี้ รองรับไฟล์ได้ทุกอันดับครับ ทั้ง Presentation, Spreadsheet, PDF, รูปภาพ, เพลง หรือวีดีโอ ซึ่งเป็นได้เข้าถึงด้วยอุปกรณ์ใดก็ได้ ทั้ง iPhone, iPad, iPod touch, Mac รวมไปถึง Windows PC
โดยการแก้ไขไฟล์ต่างๆ จะเป็นแบบ เรียลไทม์ ครับ สมมติว่า เปิดไฟล์เอกสารบน Mac และทำการแก้ไขอยู่ ส่วนอีกคน เปิดไฟล์เดียวกัน บน iPhone ก็จะเห็นว่า ไฟล์กำลังถูกแก้ไขเช่นกัน เรียกได้ว่า สะดวกมากทีเดียว
Health
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201406/images_14017408931.jpg
แม้ว่าในงาน จะยังไม่มีการเปิดตัว iWatch นาฬิกาอัจฉริยะ แต่ทางแอปเปิล ก็ตั้งต้นเน้นเรื่องสุขภาพมากขึ้นแล้ว กับแอพพลิเคชั่นที่มีชื่อว่า Health ที่มีการเก็บรวบรวมข้อมูลด้านร่างกายทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น อัตราการเต้นของหัวใจ, การเผาผลาญแคลอรี่, ระดับน้ำตาลในเโจษจันด, คอเรสเตอรอล กับอื่นๆ ทะลุทะลวงทางแอพพลิเคชั่นด้านสุขภาพต่างๆ นอกจากนี้ ยังมีเครื่องมือเพื่อนักพัฒนา ที่มีชื่อว่า HealthKit ในการพัฒนาแอพฯ เพื่อสุขภาพ เนื่องด้วยใช้งานบน iOS 8 ด้วย ซึ่งในอนาคต น่าจักมีแอพฯ เพื่อสุขภาพให้ดาวน์โหลดกันบน App Store มากมายทีเดียว
Spotlight ฉลาดขึ้นกว่าเดิม
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201406/images_14017413151.jpg
Spotlight เวอร์ชันเดิมๆ เน้นค้นหาเฉพาะแอพพลิเคชั่น หรือว่าอีเมล เท่านั้น แต่เพื่อ Spotlight บน iOS 8 รอบรู้ค้นหาได้หลากหลายมากขึ้นครับ ไม่ว่าจักเป็น Wikipedia, ค้นหาข่าวสาร, สถานที่ใกล้เคียง, iTunes Store, App Store, iBooks Store, แนะนำเว็บไซต์ที่น่าสนใจ รวมไปถึง ตารางภาพยนตร์ที่เข้าฉาย
iOS 8 รองรับการเชื่อมต่อระหว่าง iPhone, iPad กับ Mac แล้ว
นับตั้งแต่ iOS 7 เป็นต้นมา อุปกรณ์ iOS กับ Mac เป็นได้รองรับการทำงานด้วยกันได้บ้างแล้ว แต่บน iOS 8 พร้อมกับ OS X Yosemite ที่โหมโรงพร้อมกันในงาน WWDC 2014 รองรับฟีเจอร์การใช้งานร่วมกันมากขึ้น ไม่ว่าจักเป็น
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201406/images_14017420391.jpg
Handoff ทุกๆ ครั้งที่มีการล็อกอินสร้างผ่าน iCloud ด้วยบัญชีเดียวกัน ไม่ว่าเราจะเปิดอ่านเว็บไซต์อะไร, กำลังตอบอีเมล หรือไม่ก็แก้ไขไฟล์เอกสารตัดผ่าน Pages ข้อมูลไม่ใช่หรือข้อความดังกล่าว ก็จะปรากฏบนอุปกรณ์ทุกเครื่อง ที่มีการล็อคอินด้วยบัญชีเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น กำลังเขียนอีเมลบน Mac ครั้งเปิดบน iPhone ก็จักมีอีเมลแบบ draft ปรากฏด้วยเช่นกัน
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201406/images_14017420031.jpg
iPad ด้วยกัน Mac สามารถรับโทรศัพท์ได้แล้ว!! เพื่อนๆ อ่านประโยคนี้ไม่ผิดหรอกครับ แม้ว่า iPad ด้วยกัน Mac จักเป็นอุปกรณ์ที่ไม่รอบรู้ใช้โทรศัพท์ได้ แต่ iOS 8 พร้อมกับ OS X Yosemite เนรมิตทุกอย่างให้เป็นแน่ๆได้ สมมติว่า iPhone อยู่ในกระเป๋า แต่เรากำลังพิมพ์งานบน MacBook อยู่ จนถึงมีสายเรียกเข้า จักมีข้อความแจ้งเตือนปรากฏบนหน้าจอ Mac ซึ่งเราอาจรับสายได้ทันทีครับ แต่ฟีเจอร์นี้ มีข้อแม้ก็คือ จะต้องมีการเชื่อมต่อ Wi-Fi เดียวกัน พร้อมกับ iPhone ที่ใช้ต้องรัน iOS 8 ด้วย จึงจะสมรรถใช้ได้
ไม่เท่าเท่านั้น ยังรอบรู้กดโทรออกได้ จากเบอร์ที่ปรากฏบนหน้าเว็บไซต์บน Safari, บนปฏิทิน ด้วยกันบนสารบาญผู้ติดต่อได้เลย (จาก Mac หรือ iPad)
iOS 8 รองรับบนอุปกรณ์ใดบ้าง
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201406/images_14017421571.jpg
เพราะด้วยอุปกรณ์ที่รองรับ iOS 8 ได้แก่ iPhone 4S, iPhone 5, iPhone 5C, iPhone 5S, iPod touch 5th generation, iPad 2, iPad with Retina display (iPad 4), iPad Air, iPad mini และ iPad mini with Retina (iPad mini 2)

ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> thaizones-hitech.blogspot.com

วันอังคารที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2557

5 วิธีประหยัดแบตเตอรี่โน้ตบุ๊คแท็บเล็ตแบบง่ายๆ

5 วิธีแบตเตอรี่โน้ตบุ๊คแท็บเล็ตระบบปฏิบัติการ Windows 8 แบบง่ายๆ
อุปกรณ์ไอทีกาลคราวนี้ล้านแต่นิยมการใช้งานแบบไร้สายทั้งนั้น ซึ่งนั่นก็ต้องหมายความว่าบนอุปกรณ์เหล่านั้นต้องติดตั้งแบตเตอรี่อยู่ภายใน ซึ่งตัวโน้ตบุ๊คเองก็จัดว่าเป็นคอมพิวเตอร์ที่นำติดตัวไปใช้งานนอกสถานที่ได้เพราะว่าว่าสะดวก แต่มีข้อจำกัดเรื่องแบตเตอรี่ว่าเป็นตัวกำหนดว่าเครื่องนั้นๆ จักเป็นได้ใช้งานต่อเนื่องได้นานกี่ชั่วโมงซึ่งใครๆ ก็ตะกลามจักประหยัดแบต โน๊ตบุ๊ค ให้ใช้งานต่อเนื่องให้ได้นานที่สุดแน่นอน เพราะในปัจจุบันระบบปฏิบัติการ Windows 8 ได้เข้ามามีบทบาทมากยิ่งขึ้น ในเรื่องของการประยัดพลังงานแบตเตอรี่ ก็เพราะว่าอุปกรณ์ใช้ Windows 8 ก็จักมีโน้ตบุ๊คอย่างที่เราๆ ใช้กันอยู่ รวมไปถึงแท็บเล็ตรุ่นใหม่ๆ ที่ใช้เป็นระบบปฏิบัติการ Windows 8 ด้วย
ในบทความนี้ทางกรุ๊ปงาน NotebookSPEC จักมานำเสนอ 5 วิธีแบตเตอรี่โน้ตบุ๊คแท็บเล็ตระบบปฏิบัติการ Windows 8 แบบง่ายๆ เพราะว่ามีดังถัดนี้
1. อัพเดท Windows 8 ให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดเสมอ
ในการทำงานของคอมพิวเตอร์หลักๆ แล้วประกอบไปด้วยส่วนของฮาร์ดแวร์พร้อมกับซอฟต์แวร์ แน่นอนว่าถ้าทั้ง 2 อย่างทำงานร่วมกันด้วยดี ก็จักส่งผลให้ประสิทธิภาพเพราะรวมของเครื่องดีขึ้นด้วย ฉะนั้นในการอัพเดท Windows 8 ให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดเสมอ ก็จะช่วยให้ซอฟต์แวร์ของเรามีการปรับปรุง แก้ไข Bug ขจัดขอบกพร่องต่างๆ
2. ตั้ง Power Option ให้เหมาะสม
ตั้งค่าที่ส่วนของ Power Option เพราะให้เราคลิกซ้ายที่รูปแบตเตอรี่ตรง Taskbar ฝั่งขวามือแล้วเละบือเลื่องกที่คำสั่ง More power options ที่เป็นคำสั่งล่างสุด จากนั้นจักมีแถบช่องให้เฟุ้งเฟื่องกเป็น Balance คือใช้พลังงานแบบปกติเหรอไม่ก็ Power Saver ที่เป็นฟังก์ชั่นประหยัดพลังงานของโน้ตบุ๊ก
3. ความสว่างหน้าจอก็สำคัญ
ตั้งค่าความสว่างหน้าจอให้พอดีต่อการใช้งาน เพราะว่าว่าหน้าจอเป็นส่วนที่สิ้นเประบือกระฉ่อนงพลังงานมากที่สุดก็เพราะว่าว่าโน้ตบุ๊ก ดังนั้นเวลาเราจักนำไปใช้งานนอกสถานที่ล่ะก็ควรปรับตั้งความสว่างหน้าจอให้สว่างกำลังดี ไม่มืดจนเกินไปเพื่อยืดระยะเวลาใช้งานแบตเตอรี่ให้ยาวนานขึ้น รวมไปถึงโน้ตบุ๊กใครที่มีไฟคีย์บอร์ด Backlit ก็ปิดใช่ไหมเปิดให้สว่างพอดีก็ช่วยได้นะครับ
4. ปิดการทำงานบางส่วน
ปิดการทำงานของอุปกรณ์บางชิ้นที่เราไม่ได้ใช้งาน เช่นปริ้นเตอร์ใช่ไหมว่าอุปกรณ์เชื่อมต่อเสริมบางตัว ก็เพราะว่าเราเก่งปิดการทำงานได้ที่ Device Manager เพราะว่าคลิกขวาที่ My Computer แล้วเเลื่องก Properties จะมีคำสั่ง Device Manager อยู่ที่แถบฝั่งซ้ายมือที่คำสั่งแรกสุด (เวลาจะปิดใช้งานอุปกรณ์ไหนก็อ่านดีๆ ก่อนนะ!)
5. เก็บแผ่น ปิด Bluetooth, Wi-Fi ถ้าไม่จำเป็น
งดการใช้แผ่น CD เพื่อประหยัดพลังงาน ก็เพราะว่าการดูหนังฟังเพลงผ่านแผ่น CD จักทำให้ตัวเครื่องดึงพลังงานจากแบตเตอรี่มาใช้มากขึ้น ทำให้สิ้นเปเอิกเกริกงพลังงานมากกว่าเดิม รวมไปถึงปิดการใช้งาน Bluetooth, Wi-Fi ของเครื่องด้วย ถ้าสมมติไม่ได้ใช้งานขณะนั้น
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> http://thaizones-hitech.blogspot.com

วันจันทร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2557

คลิปวีดิโอ เทคนิค ถ่ายรูปด้วยสมาร์ทโฟนให้สนุกขึ้น 7 วิธี

ว้าว น่าสนใจ คลิปวีดิโอ 7 เทคนิค ถ่ายรูปด้วยสมาร์ทโฟนให้สนุกขึ้น
เทคนิคทั้ง 7 ข้อนี้ คือเทคนิคส่วนตัวของ Lorenz Holder ช่างภาพ ที่นำมาแบ่งปันคนชอบถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟน
โดยทั้ง 7 ข้อ คือ 1.ถ่ายภาพพาโนรามา ช็อตเดียวนาย(นาง)แบบอยู่ทุกที่ 2.ถ่ายพาโนรามาระหว่างรถวิ่ง 3.ซูมเลนด้วยกล้องส่องทางไกล 4.ทำเลนมาโครด้วยหยดน้ำ 5.หาอุปกรณ์สะท้อนแสง 6.ถ่ายตัวเองด้วยหูฟังไอพอด 7.ถ่ายใต้น้ำด้วยแก้ว

ชมคลิป

จบหนึ่งลือ!! Apple ส่งหมายเชิญร่วมงานวันที่ 9 กันยายนแล้ว!

จบหนึ่งลือ!! Apple ส่งหมายเชิญร่วมงานวันที่ 9 กันยายนแล้ว!
เมื่อคืนมีความเคลื่อนไหวเล็กน้อยสำหรับข่าวคราวของงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ของทางค่าย Apple ที่มีกำหนดการในเดือนหน้า ซึ่งก่อนหน้านี้สื่อต่างๆ พากันฟันธงว่างานที่ว่านั้นจะถูกจัดขึ้นในวันที่ 9 กันยายน
โดยเมื่อคืนทาง Apple ได้ร่อนบัตรเชิญสื่ออย่างเป็นทางการแล้วในวันที 9 กันยายนนี้ เวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นหรือราวๆ เที่ยงคืนของคืนวันที่ 9 กันยายนตามเวลาของบ้านเราเป็นต้นไปนั้นเอง ส่วนสถานที่นั้นในปีนี้ทาง Apple ใช้ The Flint Center for the Performing Arts ใน Cupertino แทน
และที่เป็นเอกลักษณ์ของทางค่ายนี้คือบนบัตรสื่อนั้นจะมีปริศนาให้เห็นเสมอ..สำหรับเนื้อหาบนบัตรนั้นมีแค่วันที่, เวลา และสโลแกนที่ว่า Wish We Could Say More (เราอยากจะบอกอะไรมากมาย) เรียกได้ว่านอกจาก iPhone รุ่นใหม่ที่จะปรากฎโฉมให้เห็นในแล้ว ทางทีมงาน Sanook! Hitech ขอฟันธงว่าจะมีอีกหนึ่งดาวเด่นมาแจ้งเกิดอย่างเป็นทางการในงานนี้แน่นอน
ที่มา Macrumors
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> hitech.sanook.com

วันอังคารที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2557

facebook (facebook scam) กับ 10 อันดับข้อความหลอกลวง

          ท่านที่เล่น Facebook คงเคยเห็นหน้า wall เพื่อนของเราที่ขึ้นใน timeline feed ของเราที่เป็นข้อความโพสประมาณว่า คลิ๊กดูวีดีโอนี้ซิ!! หรือ มาดูกันว่าใครเข้ามาดู Profile ของคุณบ้าง? และส่วนใหญ่พอเราคลิ๊กเข้าไปก็จะขอสิทธิในการโพส wall ของเรา, ขอข้อมูลส่วนตัวของเรา หรือให้ download program ต่างๆ ซึ่งเหล่านี้ล้วนเป็นข้อความหลอกลวง (Facebook Scam) ทั้งสิ้นคับ
          บริษัทด้านการรักษาความปลอดภัยข้อมูลอย่าง BitDefender ได้รายงานว่ามีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตหลายล้านคนต่อปีหลงเชื่อข้อความเหล่านี้ และเป็นช่องทางกระจาย Malware ของเหล่า Hacker ผ่านทาง Social Media และทาง BitDefender ก็ได้จัดลำดับ 10 ข้อความหลอกลวงบน Facebook มาดังนี้
          1. Total profile views/visitors (Check out now who viewed your profile) - 30.20% (UK/US, Australia).
          2. Change your Facebook Color/Colour - 7.38% (UK/US, Australia).
          3. Rihanna sex tape with her boyfriend - 4.76% (UK/US, Australia).
          4. Check my status update to get free Facebook T-shirt from Facebook - 4.21% (UK/US, Australia).
          5. Say goodbye to Blue Facebook (Dites Aurevoir au Facebok BLEU) - 2.76% (France).
          6. Unsealed. We are giving them away for free - 2.41% (UK/US, Australia).
          7. Check if a friend has deleted you - 2.27% (UK/US, Australia).
          8. See your top 10 profile peekers here! - 1.74% (UK/US, Australia).
          9. Find out how to see who viewed your profile - 1.55% (Spanish-speaking countries).
          10. Just changed my Facebook theme. It's amazing - 1.50% (UK/US, Australia)
          ก่อนจบอยากเตือนทุกท่านที่เล่นเฟสบุ๊คอีกครั้งว่า.. ถ้าเห็นข้อความประมาณนี้อย่า! คลิ๊กอะไรเข้าไปเด็ดขาด เพราะข้อความประเภทนี้มักจะกระตุ้นความอยากของมนุษย์เพื่อให้คลิ๊กเข้าไป ดังนั้น คิด-ก่อน-คลิ๊ก ทุกครั้งนะจ๊ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม By มายด์เทอร่า
สนับสนุนเนื้อหา: www.mindterra.com
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> hitech.sanook.com

วันพุธที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2557

Ice Bucket Challenge กิจกรรมแปลกแต่ได้บุญ คนดังแห่เล่น !!

คนดังแห่เล่น !!  กิจกรรมแปลกแต่ได้บุญ
          ช่วงนี้หากใครสังเกตุดีๆ จะเห็นว่ามีคนดังของวงการไอทีหลายๆ รายออกมาโพสคลิป การเอาน้ำแข็งในถังราดตัวเองหรือที่เรียกว่า Ice Bucket Challenge ผ่านตากันบ้างเชื่อว่าหลายๆ คนกำลังสงสัยว่ากิจกรรมดังกล่าวคืออะไร และมีที่มาที่ไปอย่างไร วันนี้ทางทีมงานมีคำตอบมาฝากกันครับ
Ice Bucket Challenge คืออะไร
Ice Bucket Challenge หรือเปลได้ว่า การท้าให้เอาน้ำเย็นราดตัว เป็นแคมเปญที่ทำขึ้นเพื่อการประชาสัมพันธ์การกุศเพื่อหาเงินสนับสนุนช่วยเหลือกองทุนวิจัยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง จากสมาคมผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอแอลเอส (ALS Assocition)
ซึ่งลักษณ์ะของการท้าทายนั้น ท้าให้อีกฝ่ายยกถังน้ำเย็นพร้อมน้ำแข็งรดหัว พร้อมทั้งถ่ายคลิปเพื่อโพสขึ้นเครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social Network) เพื่อแสดงว่าตนรับคำท้าใภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมง และต้องทำการ tag ถึงเพื่อนอีก 3 คน โดยถ้าคนที่ถูกท้ายอมทำตามก็จะบริจาคแค่ 10 ดอลลาร์ หากไม่ยอมทำต้องเสีย 100 ดอลล่าร์ 
เรียกได้ว่ากระแส Viral ดังกล่าวนั้นประสบความสำเร็จอย่างสูง และมีคนดังระดับโลกหลายคนได้ออกมาร่วมกิจกรรมดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็น มาร์ก ซักเกอร์เบิร์ก ซีอีโอเฟซบุ๊ก
ซึ่งซักเกอร์เบิร์ก รับคำท้านี้จากนายคริส คริสตี้ ผู้ว่าการรัฐนิวเจอร์ซีย์ และตัวของ Mark Zuckerberg ก็ได้ส่งคำท้าทายนี้ไปยัง Bill Gates เจ้าพ่อไมโครซอฟท์, Sheryl Sandberg และ Reed Hastings 
แล้วมีเหรอที่คงดังอย่าง Bill Gates จะไม่รับคำท้าของ Mark Zuckerberg ปิดท้ายกันด้วย Ice Bucket Challengeของ CEO ของ Apple อย่าง Tim Cook กันครับ
ตามติดๆๆๆ สตีเฟน อเมล กำลังเป็น talk of the town เลย
ซึ่งตอนนี้นั้นกิจกรรมดังกล่าวได้มีคนดังเข้าร่วมมากมายไม่ว่าจะเป็นดารา, นักร้อง, นักกีฬา, และคนดังทั่วโลก ต่างออกมารับคำท้านี้อย่างแพร่หลาย ก็สนุกแล้วได้บุญด้วยใครๆ ก็ยินดี!!
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> hitech.sanook.com

วันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เมื่อ iPhone 6 ปรากฏให้เห็นบนทวิตเตอร์

เมื่อ  ปรากฏให้เห็นบนทวิตเตอร์
          คาดว่าตอนนี้มีหลายคนกำลังตามอัพเดทข่าวเกี่ยวกับไอโฟนรุ่นใหม่ ที่มีข่าวลือออกมาว่ากำลังจะมีการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ภายในเดือนกันยายน(เดือนหน้า) งานนี้บอกได้คำเดียวว่าไม่ใช่เฉพาะสาวกของ Apple ที่ต้องทำงานหนักในการอัพเดทข่าวสารที่หลุดออกมาตลอดเวลา เรียกว่าหลุดกันเป็นรายวันเลยก็ได้
          ในส่วนของ PR (หรือเปล่า) ไม่ทราบก็ต้องทำงานหนักไม่แพ้กันเพราะสารพัดภาพหลุดที่คุณเห็น...คุณเองคิดว่ามาจากไหน คำตอบในใจคงไม่ทางต่างจากทีมงาน Sanook! Hitech หรอกครับแม้ว่าภาพต่างๆ ที่ขยันหลุดออกมานั้นจะเป็นภาพของม็อคอัพ (mockup) ก็ตาม
          อัพเดทวันนี้นั้นมีการนำเสนอข่าวของภาพ iPhone 6 หน้าจอ 4.7 นิ้ว บนทวิตเตอร์ ซึ่งหญิงสาวที่โพสนั้นใช้ชื่อว่า@cecilymohammed อย่างไรก็ดีนั้นภาพที่ได้ทำการโพสขึ้นบนทวิตเตอร์ ไม่ได้มีดีไซน์อะไรแตกต่างจากภาพที่หลุดๆ กันออกมาก่อนหน้านี้เลยครับ
          ส่วนเรื่องของสเปคของไอโฟนรุ่นใหม่นั้นยังไม่มีหลุดออกมาเท่าไร ส่วนใหญ่ที่เห็นๆ จะเป็นบทวิเคราะห์จากนักวิเคราะห์มากกกว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของขนาดหน้าจอ ที่ต่างก็ออกมาฟันธงกันว่าจะมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นและอาจมาถึง 2 ขนาดด้วยกัน
ที่มา : @cecilymohammed
Hitech Gallery