วันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ทำความสะอาดจอภาพเองได้ง่ายๆ

ทำความสะอาดจอภาพเองได้ง่ายๆ

หากท่านประสบปัญหาจอคอมของท่านสกปรก ฝันเกรอะกรัง แต่ไม่รู้จะทำไงดีวันนี้เรามีคำตอบให้ท่านครับ
บ้านเมืองเรากับปัญหาฝุ่นเกาะตามที่ต่างๆเป็นปัญหามาช้านานแล้ว โดยเฉพาะจอภาพซึ่งมักจะมีฝุ่นเข้าไปติดที่จอภาพเป็นประจำเพราะจอภาพเวลาเราเปิดใช้งานก็จะมีไฟฟ้าสถิตเหมือนเป็นตัวดูฝุ่นผงเข้ามาติดที่จอภาพ หรือบางท่านเวลาใช้งานก็พูดจนน้ำลายแห้งติดจอ คราบต่างๆที่มักมาติดเป็นประจำ ติดมากๆนอกจากอายชาวบ้านแล้ว ก็ยังทำให้จอภาพไม่สว่างเท่าที่ควร แต่ครั้นจะเช็คทำความสะอาดเหมือนเช็คกระจกก็คงจะไม่ได้เพราะจอภาพนั้นมีความบอบบางพอสมควร วันนี้ผมเลยมีเทคนิดเล็กๆน้่อยๆมาแนะนำในการทำความสะอาดจอคอมของท่านครับ
อุปกรณ์แนะนำสำหรับการทำความสะอาดจอภาพ
  • ผ้านุ่มๆที่ไม่มีขน เช่นผ้าชามัวร์ ที่ออกแบบมาทำหรับการทำความสะอาดอุปกรณ์ไอที เพราะนอกจากไม่ทิ้งขนแล้ว ยังไม่ทำให้เกิดรอยด้วย ราคา 70-150 บาท
  • สเปร์ยหรือครีมทำความสะอาดซึ่งควรเป็นของที่ระบุบว่าสามารถใช้กับอุปกรณ์ IT โดยเฉพาะเนื่องจากแห้เร็วและไม่ส่งผลต่อการใช้งานอุปกรณ์ IT ด้วย
  • แปรงปัดฝุ่น ไว้สำหรับปัดฝุ่นที่ติดตามขอบจอภาพ เพราะมักมีฝุ่นที่เข้าไปติดตามขอบหรือรอยต่อระหว่างตัวเครื่องกับจอภาพ
  • หรือใครที่ซื้อโน้ตบุีกใหม่ ตามร้านก็มักจะแถมชุดทำความสะอาด หรือสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์เสริมทั่วไปครับมีครบชุดเลย
ขั้นตอนการทำความสะอาดจอภาพ
  • ปิดคอม ถอดปลั๊ก ถอดแบตออกแล้วทิ้งไว้สักพักเพื่อให้ไฟฟ้าสถิตที่จอภาพหมดไปก่อน ไม่งั้นเช็คไปตอนเปิดเครื่อง เดี๋ยวก็มาติดใหม่อีก
  • ใช้แปรงปัดฝุ่นตามขอบจอภาพออกมาก่อน โดยค่อยๆสอดปลายแปลงเข้าไปเบาๆแล้วปัดฝุ่นออกมา เสร็จแล้วคว่ำจอภาพลงเพื่อให้ฝุ่นตกลงมา
  • ใช้ผ้าเปล่าๆเช็คทำความสะอาดก่อนรอบนึงเพื่อให้ฝุ่นที่ติดหนาๆออกไปก่อน ไม่แน่อาจจะไม่ต้องใช้น้ำยาก็ได้ ค่อยๆเช็ค ไม่ต้องใช้แรงมากนัก
  • นำสเปรย์ หรือครียมทำความสะอาดมาฉีดที่ตัวผ้า บางๆอย่าฉีด อย่าฉีดที่จอภาพโดยตรง จากนั้นค่อยไล่เช็ดจอภาพตั้งแต่ขอบ ไล่เข้ามาที่กลางจอ
  • ถ้ามีคราบติดแน่นให้ใช้สเปรยืหรือครีมทำความสะอาดฉีดที่ผ้าโดยเน้นแค่จุดเด่นให้ชุ่มๆแล้วค่อยๆเช็คโดยออกแรงเพิ่มอีกนิดน่าจอออกโดยไม่ยากเย็น
  • เสร็จแล้วใช้ผ้าด้านที่สะอาดแห้ง ไม่มีน้ำยาทำความสะอาดเช็ดเบาๆอีกสักที แล้วทิ้งไว้สักพักค่อยปิดจอภาพลงมา แค่นี้จอภาพก็จะใสเหมือนใหม่แล้ว
ข้อควรระวัง
  • ไม่ควรฉีดของเหลวเข้าไปที่จอภาพตรงๆ โดยเฉพาะน้ำเปล่าเช็ค เพราะนอกจากจะเป็นคราบเวลาแห้งแล้ว ของเหลวอาจจะไหลเข้าตามขอบของจอภาพทำให้จอช๊อตได้
  • ไม่ควรใช้แรงเช็ดจอภาพที่มากจนเกินไป แม้จะเป็นคราบติดแน่น ก็ควรใช้แรงแค่ระดับหนึ่ง โดยอาจจะหาน้ำยาหรือครีมทำความสะอาดเข้ามาช่วย
  • เวลาฝุ่นเข้าไปติดตามขอบจอใช้แปรงเขี่ยเบาๆ อย่าออกแรงมากเพราะอาจจะทำให้จอภาพเป็นรอย หรือขอบจอภาพเกิดการอ้าได้
  • ตัวน้ำยาทำความสะอาดควรเป็นแบบที่ระบุว่าใช้สำหรับอุปกรณื IT เท่านั้น
หวังว่าคงเป็นเทคนิคเล็กๆน้อยๆที่ช่วยให้ทุกท่านทำความสะอาดจอภาพได้สะดวกมากขึ้น ไม่ต้องมาทนมองจอฝุ่นเยอะๆอีกต่อไปแล้ว
ขอบคุณเนื้อหา และภาพประกอบ
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ซ่อนเว็บ เปลี่ยนหน้าฉับไว ไม่ต้องกลัวเจ้านายด่าบน Windows 8

ซ่อนเว็บ เปลี่ยนหน้าฉับไว ไม่ต้องกลัวเจ้านายด่าบน Windows 8

สำหรับคนทำงานไม่มีอะไรที่มีความสุขไปกว่าการได้เปิดหน้าเว็บที่ตัวเองโปรดหรือแชทกับเพื่อนหรือแฟนที่อยู่ห่างไกล แต่ไฉนเลยที่บางทีเจ้านายไม่อยากจะรู้เห็นเป็นใจด้วย เปิดเฟสบุ๊กปั้บ ก็เดินเข้ามาหาปุ๊บเหมือนมีเรดาร์คอยตรวจจับ ครั้นจะปิดหน้าจอก็ไม่ทันเสียแล้ว บางทีจะเปิดหน้าจอเล็กๆ ก็มองไม่เห็นอีก จะแชททีต้องแอบๆ ซ่อนๆ เหมือนคนมีปม
อย่ากระนั้นเลย การแก้ปัญหา ไม่ได้อยู่ที่จะต้องใช้โปรแกรมมาแก้ไขกันเสมอไป แค่รู้ทริกเล็กๆ น้อยๆ แล้วใช้ให้คล่อง ก็สามารถหลบหลีกได้อย่างมีชั้นเชิงอยู่แล้ว โดยใช้ฟังก์ชันง่ายๆ บน Windows 8 นั่นเอง
1. วิธีการแรกกดปุ่ม Windows ที่อยู่บนคีย์บอร์ดปุ่มเดียวเท่านั้น ก็จะกระโดดเข้าสู่หน้า Start screen ทันที เท่านี้ก็มองไม่เห็นว่าเราทำอะไรหรือแชทกับใคร แต่ที่แย่คือ ก็ไม่เห็นว่าเราทำงานอยู่ด้วย วิธีนี้ไม่ควรใช้พร่ำเพรื่อ เพราะดูแล้วไม่ Make sense
2. วิธีที่ 2 ให้เลื่อนเมาส์ไปที่ด้านซ้ายมือของหน้าจอ จากนั้นเลื่อนลงมาเล็กน้อย แล้วเลือกแอพฯ อื่นสำหรับเปลี่ยนโปรแกรมทำงาน แต่วิธีนี้ต้องเป็นผู้ที่ชำนาญจริง เพราะการเลื่อนเมาส์ไปนั้น อาจจะดีเลย์อยู่ในระดับหนึ่ง รวมถึงต้องเปิดแอพฯ สำหรับทำงานรอไว้ด้วย เพื่อที่เวลาเลื่อนไปจะได้เลือกโปรแกรมอื่นขึ้นมาทำงานได้ทันที วิธีนี้แนะนำให้ใช้ แต่ต้องฝึกฝนให้ชำนาญ
3.  วิธีที่ 3 น่าจะเป็นวิธีที่สะดวกมากขึ้น แต่ต้องใช้ความไวของนิ้ว ด้วยการกดที่ปุ่ม Alt + Tab โดยกดปุ่ม Alt ค้างเอาไว้ จากนั้นกด Tab เพื่อเลือกแอพฯ ในการใช้งาน วิธีนี้แนะนำว่าเหมาะสมและรวดเร็ว เพียงแต่ต้องกด 2 ปุ่มเท่านั้น แต่ให้ผลดีอย่างแน่นอน
4.  วิธีที่ 4 หากไม่ต้องการให้แสดงหน้าจอตัวอย่างขึ้นมา เพื่อสลับการใช้งานเหมือนกับ Alt + Tab เอาแบบสลับเปลี่ยนหน้าต่างโปรแกรมไปทันที โดยไม่สนว่าโปรแกรมที่เปิดขึ้นมานั้นเป็นโปรแกรมใด ก็ให้กดที่ปุ่ม Windows + 1 หรือ 2 หรือ 3 แทนไปเรื่อยๆ เพราะจะเป็นการสลับหน้าจอเปลี่ยนโปรแกรมให้ทันที โดยระบบจะจัดเรียงโปรแกรมให้อัตโนมัติ ตามลำดับที่ของโปรแกรมที่เปิดไว้ กดปุ้บเปลี่ยนปั้บ ซึ่งเรียกได้ว่าง่ายและรวดเร็ว แต่ต้องแม่นในการกดปุ่มพอสมควร
ทั้ง 4 วิธีนี้ เป็นวิธีในการสลับหน้าต่างโปรแกรม เพื่อให้เรียกใช้งานได้สะดวกขึ้น ซึ่งตามจริงแล้วก็ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้หลีกเลี่ยงการทำงาน แต่ถ้าฝึกฝนดีๆ ก็จะเป็นประโยชน์ได้มากทีเดียว ต้องลองนำไปใช้กันดู สำหรับคนที่ชอบเปิดโปรแกรมหลายๆ หน้าต่างหรือใช้งานหลายโปรแกรมร่วมกันในหน้าจอเดียว
ขอบคุณเนื้อหา และภาพประกอบ
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

พิสูจน์แล้ว iPad Air แรงกว่าเดิมถึง 90%

พิสูจน์แล้ว  แรงกว่าเดิมถึง 90%

ข้อมูลนี้มาจากทาง Primate Labs ซึ่งได้ทำการทดสอบความแรงของ iPad Air ว่าจะแรงจริงสมกับที่ Apple โฆษณาไว้หรือเปล่า โดยได้ทำการเทียบความเร็วของ iPad ที่ออกมาทั้งหมด รวมทั้ง iPad และ iPad mini ผลออกมาดังภาพ
จากภาพจะเห็นเลยว่า iPad Air น้นมีความเร็วและความแรงแซง iPad รุ่นอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งถ้าเทียบกับ iPad รุ่นล่าสุดแล้ว iPad Air จะแรงกว่าถึง 90% เลยทีเดียว
ที่มา- Appleinsider
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันพุธที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

MacBook Air 2013 ใช้แบตฯ ได้นานขึ้น 15 ชั่วโมง หลังอัพเดท OS X Mavericks

MacBook Air 2013 ใช้แบตฯ ได้นานขึ้น 15 ชั่วโมง หลังอัพเดท OS X Mavericks

เมื่อตอนงาน WWDC’13 ที่ผ่านมา Apple ได้เปิดตัว MacBook Air รุ่นใหม่ (Mid 2013) ที่สร้างความเซอร์ไพรส์ให้กับผู้เข้าร่วมงานทุกคน ด้วยอัตราการกินไฟที่เข้าขั้นน้อยมาก และทำให้รุ่น 13 นิ้วสามารถใช้งานได้นาน 12 ชั่วโมง แต่นั่นคงยังไม่พอสำหรับ Apple แน่ๆ เพราะว่ามีรายงานว่า OS X Mavericks จะทำให้เครื่องใช้งานได้นานกว่านี้อีก
MacStroke.com
โดยรายงานระบุว่า หลังจากที่อัปเกรด OS X Mavericks ให้ MacBook Air รุ่น Mid 2013 หน้าจอ 13 นิ้ว ไปแล้วนั้น พบว่าตัวเครื่องมีอัตราการใช้พลังงานลดลงไปกว่าเดิมมาก กล่าวคือจะสามารถใช้งานได้นานถึง 15 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ซึ่งมากกว่า OS X Mountain Lion ถึง 30% ครับ
MacStroke.com
นอกจากนี้ยังมีรายงานเข้ามาเพิ่มอีกว่า นอกจาก MacBook Air แล้ว MacBook Pro รุ่นเก่าๆ ที่อัปเกรด Mavericks เองก็สามารถใช้งานได้นานขึ้นเช่นกัน โดยเมื่อนำ MacBook Pro รุ่นปี 2007 มาทดสอบ จากเดิมที่ใช้งานได้นาน 3 ชั่วโมง 19 นาที หลังอัพเกรดแล้วจะสามารถใช้งานได้นาน 4 ชั่วโมง
ทั้งนี้ในการนำเสนอเมื่อตอนงาน iPad Air ที่ผ่านมา Apple บอกคร่าวๆ ว่า OS X Mavericks จะปรับปรุงอัตราการใช้พลังงานของตัวเครื่องให้ลดน้อยลงเท่าที่จะเป็นไปได้ และสิ่งที่ได้ออกมาก็คือ OS X Mavericks จะทำให้ MacBook Air สามารถใช้งานได้นานขึ้น ทั้งการเล่นเน็ต หรือดูหนัง
และดูแล้ว MacBook เครื่องเดิมของทุกคน น่าจะใช้งานแบตเตอรี่ได้ทนขึ้นกว่าเดิมแน่นอนครับ
ที่มา: MacRumors

วันอังคารที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

10 เรื่องจาก Android 4.4 KitKat

10 เรื่องจาก Android 4.4 KitKat

ควันหลงจากคืนฮัลโลวีนที่ผ่านมา Google ซุ่มเปิดตัว Android 4.4 KitKat พร้อมคำโปรยที่ว่าโอเอสฉบับช็อคโกแลตนี้ผู้ใช้กว่าพันล้านคนสามารถเข้าถึงได้อย่างแน่นอน การประกาศชัดเจนขนาดนี้ Android 4.4 KitKat ต้องมีอะไรดีกว่าที่เราคิดไว้ งั้นเราไปดูกันเลยครับ
height=365
1. Android 4.4 KitKat รองรับการทำงานร่วมกับสมาร์ทโฟน แรม 512 MB ขึ้นไป เอาใจผู้ใช้สมาร์ทโฟนรุ่นถูกที่โดนจำกัดการอัพเกรดโอเอสไว้ที่ Gingerbread หรือ Ice Cream Sandwich เท่านั้น และระบบจัดการหน่วยความจำที่มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น รวมถึงสนับสนุนอุปกรณ์ฮารด์แวร์ต่ำอย่าง Smartwatch เป็นต้น
2. ระบบ Multitasking โฉมใหม่ เรียกใช้งานได้เร็วขึ้นจากการปรับปรุงหน้าจอสัมผัสที่จะตอบสนองได้เร็วขึ้นและแม่นยำมากขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา
3. แค่พูด Ok Google ก็ค้นหาสิ่งที่ต้องการได้ง่ายๆ โดยฟีเจอร์ Google Now ของ Android 4.4 KitKat สามารถใช้งานด้วยเสียงแบบไม่ต้องสัมผัสหน้าจอทัชสกรีนได้ คล้ายการใช้งานบน Moto X
4. Android 4.4 KitKat นำ Hangouts รูปแบบใหม่มารวมเป็นบริการเดียวกันทั้งหมด เช่น สามารถรับ-ส่ง SMS, แชร์พิกัดให้คู่สนทนาได้จาก Google Maps สะดวกยิ่งขึ้นในการบอกทาง, สนับสนุนการใช้ Animated GIF, สามารถใช้บริการ Hangouts On Air รองรับการสนทนาแบบถ่ายทอดสดและสามารถควบคุมเสียงและวีดีโอจากผู้เข้าร่วม Hangouts ได้ อีกทั้งสนับสนุนการใช้งาน Video Call ได้เช่นกัน
5. ระหว่างฟังเพลงในหน้าล็อคสกรีนภาพจากอัลบั้มที่คุณกำลังฟังจะแสดงบนหน้าจอแบบ Full Screen และควบคุมการทำงานได้ด้วย
6. ฟีเจอร์ใหม่ Smarter caller ID เมื่อสมาร์ทโฟนของคุณมีเบอร์แปลกๆโทรเข้ามา ตัวฟีเจอร์นี้จะทำงานร่วมกับ Google Maps โดยจะนำเบอร์ดังกล่าวไปเทียบเคียงกับธุรกิจห้างร้านต่างๆในบริเวณใกล้เคียงเพื่อให้ผู้ใช้ทราบว่าเบอร์นี้เป็นของใคร
7. แอพโทรศัพท์รูปแบบใหม่ที่จะจัดลำดับรายชื่อบุุคคลที่สนทนาบ่อยที่สุดให้โดยอัตโนมัติ และสามารถค้นหาเบอร์โทรศัพท์สถานที่ใกล้เคียงได้ด้วย
8. แป้นพิมพ์มาพร้อม Emoji ตัวละครญี่ปุ่น
9. ฟีเจอร์ใหม่ Air Print สามารถพิมพ์ภาพถ่าย, เอกสาร, จากสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตได้แบบไร้สายร่วมกับอุปกรณ์ที่รองรับ Google Cloud Print เช่น HP ePrint
10. แอพพลิเคชั่น Quickoffice สามารถเปิดและบันทึกไฟล์ได้โดยตรงกับ Google Drive รวมถึงสามารถเรียกใช้งานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
นอกจาก Nexus 5 ที่เป็น Android 4.4 KitKat แล้ว Google ยังประกาศอุปกรณ์ที่จะได้รับการอัพเกรดเป็นเวอร์ชั่นล่าสุด ได้แก่ Nexus 4, Nexus 7, Nexus 10, Galaxy S4 กับ HTC One Google Edition โดยจะเริ่มต้นในสัปดาห์หน้าครับ
เพิ่มเติมได้ที่ TheVerge
สนับสนุนเนื้อหา: Arip

วันอาทิตย์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

กูเกิลเปิดตัว Nexus 5 อย่างเป็นทางการ ราคาเริ่มต้น 349 เหรียญ เริ่มขายวันนี้!

กูเกิลเปิดตัว Nexus 5 อย่างเป็นทางการ ราคาเริ่มต้น 349 เหรียญ เริ่มขายวันนี้!
มีข่าวลือหนาหูมาตลอดว่า Nexus 5 กำลังจะเปิดตัวเร็วๆ นี้ แต่จนแล้วจนเล่ากูเกิลก็ไม่แม้แต่จะประกาศวันเปิดตัวของสมาร์ทโฟนรุ่นดัง กล่าว ทว่าในที่สุด Nexus 5 ก็เปิดตัวอย่างเป็นทางการเงียบๆ แบบไร้งานยิ่งใหญ่ใดๆ
สเปคของ Nexus 5 เราเห็นมาจากข่าวหลุดแทบหมดทุกชิ้นส่วนแล้ว หลักๆ คือใช้ซีพียู Snapdragon 800 ควอดคอร์ ความถี่ 2.26GHz หน้าจอ 4.95 1080p (445 PPI) หน่วยความจำภายในเริ่มต้นที่ 16GB แรม 2GB รองรับ 4G LTE แล้ว โดย Nexus 5 ยังเป็นสมาร์ทโฟนในซีรีส์ Nexus ที่บางที่สุดเพียง 8.59 มม.
จุดเด่นของ Nexus 5 อยู่ที่กล้องหลังความละเอียด 8 เมกะพิกเซลที่มาพร้อมกับเลนส์ไวแสง บวกกับระบบกันสั่นในตัว (OIS) และโหมด HDR+ ที่จะถ่ายภาพรัวเพื่อรวมเข้ากันเป็นภาพเดียว รวมถึงการสั่งงาน Google Now จากหน้าโฮมสกรีนได้ตลอดเวลาด้วยคีย์เวิร์ด OK Google ไม่ต้องกดปุ่มก่อนใช้อีกต่อไปแล้ว
Nexus 5 มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง แอนดรอยด์ 4.4 KitKat ตามคาด รายละเอียดเดี๋ยวอ่านกันในข่าวแยกครับ
สำหรับราคาเปิดตัว Nexus 5 นั้นสูงกว่ารุ่นเดิมเล็กน้อย รุ่นความจุ 16GB เปิดราคามาที่ 349 เหรียญ ส่วนรุ่น 32GB เปิดมาที่ 399 เหรียญ เริ่มขายวันนี้ผ่าน Google Play Store ในสหรัฐฯ แคนาดา ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ครับ
ที่มา - Google Blog
ขอบคุณเนื้อหา และภาพประกอบ
บทความโดย:
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

“แอปเปิล“หน้าเสีย ยอมรับไอโฟน 5เอส “แบตสูบกระฉูด“

แอปเปิลหน้าเสีย ยอมรับไอโฟน 5เอส แบตสูบกระฉูดเกจิชี้อัพเดตซอฟต์แวร์บีบซื้อเครื่องใหม่

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 3 ต.ค.ว่า แอปเปิลได้ออกมายอมรับว่า แบตเตอรี่ของไอโฟน 5 เอส กินพลังงานไวอย่างรวดเร็ว และได้เสนอจะที่เปลี่ยนเครื่องใหม่แก่ผู้ใช้ที่มีปัญหา
height=334
รายงานระบุว่า แอปเปิลได้ยอมรับว่า ไอโฟน 5 เอสมีปัญหาขัดข้อง ทำให้โทรศัพท์สูญเสียพลังงานแบตเตอรี่อย่างรวดเร็ว ปัญหาดังกล่าวได้กระทบต่อผู้ใช้ไอโฟนจำนวนหนึ่ง และไอโฟนจะยอมให้มีการเปลี่ยนเครื่องจากปัญหาดังกล่าว แต่แอปเปิลยังอ้างว่า ถึงขณะนี้ ปัญหาดังกล่าวได้รับการร้องเรียนมาไม่มากนัก ขณะที่รายงานระบุว่า ที่ผ่านมา มีผู้ใช้ไอโฟน 5 เอส เตรียมจะคืนไอโฟนดังกล่าวเพราะปัญหาเครื่องแบตเตอรี่มีปัญหา โดยก่อนหน้านี้ แอปเปิลคุยว่า ไอโฟน 5 เอส จะสามารถใช้คุยโทรศัพท์ได้ 10 ชม.แต่การยอมรับนี้ คาดว่าจะสร้างความเสียหน้าให้แก่แอปเปิล ซึ่งถูกโจมตีมาตลอดเรื่องข้อเสียของแบตเตอรี่
height=600
ขณะเดียวกัน ด้านนักวิจารณ์ต่างออกมาโจมตีการอัพเดตซอฟท์แวร์ใหม่ของไอโฟน ระบุว่า มีจุดประสงค์เพื่อทำให้มือถือรุ่นเก่าล้าหลัง และบีบให้ผู้บริโภคต้องซื้อไอโฟนรุ่นปัจจุบัน โดยเมื่อไอโฟน 4 ได้อัพเดตซอฟต์แวร์ IOS 7 ก็ทำให้เครื่องช้าลง และทางแก้เดียวก็คือต้องซื้อเครื่องใหม่หรือไอโฟน 5 และว่า แอปเปิลได้พยายาม ล้างสมอง ผู้ใช้ให้ซื้อไอโฟน 5 เอส และไอโฟน 5 ซี เพราะดูสวยงามและดูดี
ด้านนักวิเคราะห์ชี้ว่า ไอโฟนกำลังเดินตามทฤษฎีสูตรสำเร็จเอาเปรียบผู้บริโภคที่เคยใช้มาก่อนหน้านี้ หรือ การที่ผู้ผลิตสินค้าต่างๆ ตั้งแต่รถยนต์ หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ จะผลิตอุปกรณ์ที่มีระยะการใช้งานที่กำจัดเท่านั้น เพื่อบีบให้ผู้บริโภคต้องซื้อสินค้าชิ้นใหม่
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com